🛰️ อ่านหมายตกกุ้งจาก Google Earth: แม่น้ำป่าสัก ช่วงหัวรอ – จุดบรรจบ อยุธยา
บทความนี้เป็นตัวอย่างการนำ คู่มือประยุกต์ใช้หลักการอ่านหมายตกกุ้งบน Google Earth มาใช้กับพื้นที่จริง รอบนี้เป็น ขั้นคัดโซนจากภาพมุมกว้าง คือดูทั้งช่วงแม่น้ำก่อน แล้วจัดลำดับว่าโซนไหนควรซูมดูต่อ ยังไม่ลงรายละเอียดระดับหมุดย่อย
สถานะหมาย: อ่านจากภาพดาวเทียมเท่านั้น ยังไม่ได้ลงพื้นที่ยืนยัน หมุดในบทความนี้คือ "โซนที่ควรไปดู" ไม่ใช่หมายที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูลพื้นที่
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| แม่น้ำ | ป่าสัก |
| ช่วงที่อ่าน | ลำน้ำสายแคบช่วงปากลำน้ำหัวรอ อ้อมเกาะลอยและวัดมณฑป ลงมาบรรจบสายกว้างที่ปลายแหลมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา แล้วไหลต่อลงใต้ผ่านหน้าวัดปราสาท |
| จังหวัด | พระนครศรีอยุธยา (อำเภอพระนครศรีอยุธยา) |
| อิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง | อ่อนมาก อยู่ต้นน้ำไกลจากปากอ่าว อาจเห็นผลบ้างในหน้าแล้งช่วงน้ำเกิดเมื่อน้ำเหนือน้อย ส่วนฤดูฝนถึงน้ำหลาก กระแสน้ำเหนือเป็นตัวกำหนดหลัก |
| สถานีตารางน้ำ | ตารางน้ำที่ปรับเวลาสำหรับหมายนี้ ปักหมายไว้ที่จุดบรรจบ ใช้ดูจังหวะน้ำเกิดน้ำตายในหน้าแล้งเท่านั้น เวลาที่ได้คลาดเคลื่อนได้มากเพราะอยู่ไกลสถานีมาก ต้องสังเกตทิศน้ำหน้างานเสมอ |
| ภาพที่ใช้ | ภาพมุมกว้าง 2 ช่วงเวลา: 23 ก.ค. 2025 (ต้นฤดูฝน) และ 24 ก.ย. 2026 (ปลายฤดูฝน น้ำเหนือมาก) ภาพซูมโซน 1, 3, 5: 31 ก.ค. 2025 และ 5 ส.ค. 2026 ภาพซูมโซน 2, 4: 15 ส.ค. 2024 และ 5 ส.ค. 2026 ภาพหน้าแล้ง: 12 เม.ย. 2018, 28 เม.ย. 2023 และ 11 ก.พ. 2024 ภาพช่วงน้ำหลาก: 26 ต.ค. 2019, 15 ธ.ค. 2019, 22 ต.ค. 2025 และ 16 ธ.ค. 2025 และ Street View ต.ค. 2020 |

ภาพดาวเทียมแม่น้ำป่าสักช่วงหัวรอถึงจุดบรรจบ 24 กันยายน 2026

ภาพดาวเทียมแม่น้ำป่าสักช่วงหัวรอถึงจุดบรรจบ 23 กรกฎาคม 2025
ทำไมต้องเริ่มจากภาพมุมกว้าง
ภาพซูมใกล้เห็นรายละเอียดดีกว่า แต่เห็นโค้งน้ำไม่ครบ ตัดสินไม่ได้ว่าตลิ่งตรงหน้าเป็นโค้งนอกหรือโค้งใน และไม่รู้ว่าน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาชนตรงไหน ลำดับที่ใช้ในบทความชุดนี้คือ
| ระดับ | ความสูงสายตาใน Google Earth (ประมาณ) | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| มุมกว้าง | 2–4 กม. | เห็นโค้งน้ำทั้งช่วง ปากลำน้ำ จุดบรรจบ คัดโซนและจัดลำดับ (บทความนี้) |
| โซน | 500 ม. – 1 กม. | ซูมทีละโซน หาโครงสร้างริมตลิ่ง ท่าน้ำ ทางลง |
| หมุด | 150–300 ม. | ปักหมุดย่อย ดูเสาท่า กองหิน แนวผักตบ ระยะเหวี่ยง |
ขั้นที่ 0: ประเมินก่อนว่าภาพนี้อ่านอะไรได้บ้าง
ภาพมุมกว้างทั้งสองภาพถ่ายในฤดูฝน น้ำเต็มตลิ่ง ไม่มีสันดอนโผล่ และภาพหน้าแล้งสามปีที่เทียบภายหลังก็ไม่เห็นสันดอนเช่นกัน (ดูหัวข้อภาพหน้าแล้ง) ช่วงนี้จึงใช้เทคนิคดูภาพหน้าแล้งหาสิ่งกำบังใต้น้ำไม่ได้ ภาพชุดนี้ต้องอ่านจาก รูปร่างโค้งน้ำ จุดบรรจบ ปากลำน้ำ และโครงสร้างริมตลิ่ง เป็นหลัก
สีน้ำในภาพ 24 ก.ย. 2026 มีความต่างระหว่างสองสายให้เห็น ซึ่งใช้อ่านแนวที่น้ำสองสายมาชนกันได้ (ดูขั้นที่ 3) ส่วนภาพ 23 ก.ค. 2025 น้ำเป็นสีเขียวเข้มเท่ากันทั้งลำ อ่านแนวนี้ไม่ได้
ขั้นที่ 1: อ่านโค้งน้ำ
ในภาพมีแม่น้ำสองสาย ป่าสักสายกว้าง ไหลลงมาจากด้านบนของภาพ ส่วน ลำน้ำสายแคบ ไหลมาจากหัวรอทางซ้ายบน อ้อมเกาะลอยและวัดมณฑปเป็นรูปตัว U แล้ววิ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ มาบรรจบสายกว้างที่ปลายแหลมวิทยาลัยต่อเรือ จากนั้นไหลรวมลงใต้
เส้นประสีขาวบนภาพปกคือเส้นกลางน้ำ เส้นสีชมพูคือตลิ่งโค้งนอก สีฟ้าคือตลิ่งโค้งใน จุดสีขาวคือจุดเปลี่ยนโค้ง ช่วงที่เป็นเส้นประสีเทาคือช่วงค่อนข้างตรง
โค้ง A: สายกว้างช่วงบน โค้งนอกอยู่ฝั่งตะวันออก
ก่อนถึงจุดบรรจบ สายกว้างโค้งเบนไปทางตะวันออก ตลิ่งฝั่งตะวันออกเป็นโค้งนอก และ ทำเป็นเขื่อนคอนกรีตยาวตามแนว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน้ำกัดเซาะฝั่งนี้ น่าจะลึกและกระแสแรง ฝั่งตะวันตกที่เป็นโค้งในคือแนวด้านหลังวิทยาลัยต่อเรือ
จุดเปลี่ยนโค้งและหัวแหลมฝั่งตะวันออก
หลังจุดบรรจบ แม่น้ำเปลี่ยนทิศโค้ง ตลิ่งฝั่งตะวันออกตรงจุดเปลี่ยนเป็น หัวแหลมยื่นออกมา ปลายเขื่อนคอนกรีตของโค้ง A มาจบแถวนี้ หัวแหลมแบบนี้ทำให้เกิดน้ำวนและอับน้ำด้านท้ายแหลม ขึ้นกับว่าน้ำไหลทางไหน
โค้ง B: ใต้จุดบรรจบ โค้งนอกย้ายมาฝั่งตะวันตก
ช่วงใต้จุดบรรจบ โค้งนอกสลับมาอยู่ฝั่งตะวันตก คือแนวริมถนนอู่ทองหน้าย่านวัดปราสาท ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นโค้งใน ตลิ่งลาดกว่า
โค้ง C: ลำน้ำสายแคบ อ้อมเกาะลอย
ลำน้ำสายแคบหักโค้งแรงที่สุดในภาพ ยอดโค้งอยู่ด้านหัวรอ ตลิ่งฝั่งหัวรอจึงเป็นโค้งนอก และ ปากลำน้ำที่ไปหัวรออยู่ตรงยอดโค้งนอกพอดี ส่วนฝั่งวัดมณฑปเป็นโค้งใน
ขั้นที่ 2: หาปากลำน้ำ จุดบรรจบ และจุดอับน้ำ
- จุดบรรจบสองสาย คือจุดที่สำคัญที่สุดของภาพนี้ น้ำสองสายที่ความเร็วและสีต่างกันมาชนกัน เกิดแนวรอยต่อและน้ำวน อาหารถูกพามารวมตามแนวนี้
- มุมใต้ปากลำน้ำสายแคบ (ฝั่งตะวันตก หน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) เป็นมุมอับที่น้ำสายกว้างไม่วิ่งผ่านตรง ๆ มีผักตบกองอยู่ทั้งสองภาพ ห่างกันปีกว่า ผักตบที่ค้างที่เดิมข้ามปีบอกว่าตรงนี้น้ำวนหรือนิ่งจริง ไม่ใช่ลอยมาค้างครั้งเดียว
- ปากลำน้ำหัวรอ อยู่ยอดโค้งนอกของโค้ง C น้ำจากลำน้ำนี้ไหลเข้าออกตรงจุดที่กระแสหลักกระแทกตลิ่ง
- หัวแหลมฝั่งตะวันออก ที่จุดเปลี่ยนโค้ง ด้านท้ายแหลมเป็นอับน้ำ
ขั้นที่ 3: เทียบภาพสองช่วงเวลา

ซูมจุดบรรจบจากภาพมุมกว้าง ซ้าย 24 ก.ย. 2026 ขวา 23 ก.ค. 2025
รอยต่อน้ำใต้จุดบรรจบ (ภาพ ก.ย. 2026)
ในภาพ 24 ก.ย. 2026 น้ำใต้จุดบรรจบแบ่งเป็นสองแถบ แถบเข้มชิดฝั่งตะวันตก ต่อลงมาจากลำน้ำสายแคบ กับ แถบอ่อนขุ่นกว่าฝั่งตะวันออก ต่อลงมาจากสายกว้าง แนวรอยต่อเริ่มจากปลายแหลมวิทยาลัย ลากลงใต้ ค่อย ๆ เบนไปทางตะวันออก (เส้นประสีขาวในภาพเทียบ)
ภาพ 23 ก.ค. 2025 น้ำเป็นสีเดียวทั้งลำ ไม่เห็นรอยต่อ ความต่างนี้เข้ากับฤดู ภาพเดือนกันยายนเป็นช่วงน้ำเหนือมาก สายกว้างพาตะกอนลงมามาก สีจึงอ่อนกว่าลำน้ำสายแคบ ส่วนเดือนกรกฎาคมน้ำเหนือยังไม่มาก สองสายจึงสีใกล้กัน
ความหมายสำหรับการตก:
- รอยต่อนี้น่าจะเกิดจากน้ำสองสายจริง ไม่ใช่ลม เพราะแนวเริ่มที่ปลายแหลมจุดบรรจบพอดี และแยกด้วยสีน้ำ ไม่ใช่ผิวน้ำเรียบหรือหยาบ ต่างจากกรณีบางปะกงที่ผิวน้ำแบ่งโซนเพราะลม
- ช่วงน้ำเหนือมาก แถบน้ำของลำน้ำสายแคบถูกดันให้วิ่งชิดฝั่งตะวันตก ฝั่งนี้จึงได้ทั้งโค้งนอก (โค้ง B) และน้ำจากสายแคบที่ไหลช้ากว่า เป็นเหตุผลหลักที่โซน 1 ขึ้นอันดับแรก
- รอยต่อนี้ไม่ได้เกิดทุกปี เทียบภาพช่วงน้ำหลากหลายปีไว้ในหัวข้อ "ภาพช่วงน้ำหลาก" ด้านล่าง
สิ่งที่อยู่ที่เดิมทั้งสองภาพ
- ผักตบมุมใต้ปากลำน้ำ อยู่ทั้งสองภาพ (วงสีเขียวในภาพเทียบ) เป็นหลักฐานว่าเป็นอับน้ำถาวร
- เรือจอดริมฝั่งตะวันตก ช่วงลงมาจากมุมนี้ อยู่ตำแหน่งเดิมทั้งสองปี น่าจะมีท่าเรือหรือโป๊ะ เสาและตัวเรือเป็นที่กำบังกุ้ง แต่ต้องดูว่าตกได้หรือไม่ (เครื่องหมาย ! ในภาพเทียบ)
ภาพหน้าแล้ง: 2018, 2023 และ 2024

ภาพหน้าแล้งสามปี บน 12 เม.ย. 2018 กลาง 28 เม.ย. 2023 ล่าง 11 ก.พ. 2024
ตั้งใจหาภาพหน้าแล้งเพื่อดูว่ามีสันดอนหรือสิ่งกำบังใต้น้ำโผล่ไหม ผลคือ ไม่เห็นสันดอนโผล่ในทั้งสามปี น้ำเต็มตลิ่งเกือบเท่าฤดูฝน ช่วงนี้ของป่าสักในตัวเมืองอยุธยาจึงอ่านความลึกจากภาพดาวเทียมไม่ได้ ต้องวัดหน้างานด้วยตะกั่ว
แต่ภาพชุดนี้ได้ข้อมูลอื่นที่สำคัญกว่า:
- ตลิ่งเกือบทั้งหมดในหมายนี้เพิ่งกลายเป็นเขื่อน ภาพปี 2018 ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกใต้จุดบรรจบยังเป็นตลิ่งต้นไม้ ภาพปี 2023 ฝั่งตะวันตกเป็นเขื่อนขั้นบันไดแล้ว เขื่อนโค้ง A เสร็จแล้ว ส่วนหัวแหลมฝั่งตะวันออกยังเป็นโครงก่อสร้าง ภาพปี 2024 เขื่อนหัวแหลมเสร็จ ความรู้เรื่องหมายจากคนที่เคยตกก่อนปี 2023 จึงอาจใช้ไม่ได้แล้ว เพราะรากไม้และตลิ่งดินที่เคยเป็นที่หลบหายไป
- โคนเขื่อนใหม่อาจมีของใต้น้ำ เช่น หินทิ้ง เข็มพืด หรือเศษวัสดุก่อสร้าง เป็นทั้งที่หลบของกุ้งและจุดที่เบ็ดติดง่าย ให้ลากตะกั่วเช็กก่อนตก
- ปี 2018 แพผักตบคลุมเต็มสายกว้าง ลามเข้าปากลำน้ำสายแคบแล้วหยุดตรงแนวสะพานทุ่นลอยพอดี ด้านในสะพานน้ำใส สะพานจึงทำหน้าที่เหมือนทุ่นกั้นผักตบ ปี 2024 ก็ยังเห็นผักตบเกาะแนวสะพาน ช่วงที่ผักตบมามาก ด้านนอกสะพาน (ฝั่งจุดบรรจบ) จะมีแพผักตบเป็นหลังคา ส่วนด้านในเป็นน้ำเปิด
- สะพานทุ่นลอยมีอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2018 อายุอย่างน้อย 8 ปี
- ปลายซอยฝั่งตะวันออกถึงน้ำมาตั้งแต่ปี 2018 ก่อนสร้างเขื่อน แสดงว่าเป็นทางสาธารณะเดิม ไม่ได้เพิ่งเปิด ยิ่งทำให้หมุด 4b น่าจะเข้าได้
- ภาพ ก.พ. 2024 มีเรือลากสีส้มจอดฝั่งตะวันตกแถวโซน 1 และมีแพก่อสร้างจอดชิดเขื่อนโค้ง A เป็นของชั่วคราวทั้งคู่
ภาพช่วงน้ำหลาก: ต.ค. และ ธ.ค. ปี 2019 กับ 2025

ซ้ายปี 2019 ขวาปี 2025 แถวบนเดือนตุลาคม แถวล่างเดือนธันวาคม เส้นประสีขาวคือรอยต่อน้ำ
ภาพชุดนี้ใช้ตอบคำถามที่ค้างไว้ว่ารอยต่อน้ำใต้จุดบรรจบเกิดทุกปีหรือไม่ เทียบเดือนเดียวกันของสองปี
- ปี 2025 เห็นรอยต่อทั้ง ต.ค. และ ธ.ค. แนวอยู่ตำแหน่งเดียวกับที่เห็นในปี 2026 คือเริ่มที่ปลายแหลมวิทยาลัย แล้วแถบน้ำสายแคบวิ่งชิดฝั่งตะวันตกลงไป เดือนตุลาคมน้ำสายแคบเป็นสีน้ำตาลส้ม สายกว้างสีน้ำตาลเทา เดือนธันวาคมผิวสายกว้างเป็นสีขาวเทาเป็นเม็ด ๆ (น่าจะเป็นฟองหรือเศษผักตบลอย) และของลอยพวกนี้ไม่ข้ามเข้าแถบน้ำตาลของสายแคบเลย
- ปี 2019 ไม่เห็นรอยต่อทั้งสองเดือน น้ำสีเดียวทั้งลำ ปี 2019 เป็นปีที่ภาคกลางน้ำน้อย
- สีของแต่ละสายสลับกันได้ ปี 2026 สายแคบเข้มกว่า ปี 2025 สายแคบน้ำตาลกว่า จึงไม่ควรจำว่า "น้ำเข้มคือสายไหน" ให้ดูว่ามีสองสีแยกกันหรือไม่ และแถบที่ชิดฝั่งตะวันตกใต้จุดบรรจบคือน้ำของสายแคบเสมอ
- ธ.ค. 2019 มีของลอยสีขาวค้างอยู่ด้านในสะพานทุ่นลอย (ฝั่งลำน้ำสายแคบ) แต่ด้านนอกสะพานน้ำโล่ง ตรงข้ามกับปี 2018 ที่แพผักตบค้างด้านนอก สะพานจึงกั้นของลอยได้ทั้งสองทิศ ขึ้นกับว่าน้ำไหลทางไหน
| ช่วงภาพ | เห็นรอยต่อ |
|---|---|
| ต.ค. 2019, ธ.ค. 2019 | ไม่เห็น |
| เม.ย. 2018, เม.ย. 2023, ก.พ. 2024 (หน้าแล้ง) | ไม่เห็น |
| ส.ค. 2024, ก.ค. 2025 (สองภาพ) | ไม่เห็น |
| ต.ค. 2025, ธ.ค. 2025 | เห็น |
| ส.ค. 2026, ก.ย. 2026 | เห็น |
สรุปคือ รอยต่อเกิดเป็นช่วง ไม่ได้เกิดทุกปี เห็นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025 ถึงปี 2026 และไม่เห็นในปีน้ำน้อย ช่วงที่มีรอยต่อ โซน 1 คือฝั่งที่ได้ประโยชน์ เพราะแถบน้ำสายแคบที่ไหลช้ากว่าวิ่งชิดฝั่งตะวันตก ส่วนปีที่ไม่มีรอยต่อ ให้ตกตามที่กำบังเป็นหลัก วันไปหน้างานจึงควรดูด้วยตาก่อนว่าน้ำใต้จุดบรรจบแยกเป็นสองสีหรือไม่
สรุปโซนและลำดับการซูมต่อ
| ลำดับ | โซน | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็ก |
|---|---|---|---|
| 1 | มุมใต้ปากลำน้ำ · โค้งนอก B (ฝั่งตะวันตกใต้จุดบรรจบ) | โค้งนอก + อับน้ำมุมปากลำน้ำ + ผักตบค้างข้ามปี + แถบน้ำสายแคบวิ่งชิดฝั่งช่วงน้ำเหนือมาก + เรือจอดเป็นที่กำบัง | ทางลงจากถนนอู่ทอง ท่าเรือของใคร ขออนุญาตได้ไหม ความลึกหน้าผักตบ |
| 2 | ปากลำน้ำหัวรอ · ยอดโค้งนอก C | ปากลำน้ำบนยอดโค้งนอก น้ำเข้าออกตรงจุดที่กระแสกระแทกตลิ่ง | ริมตลิ่งย่านหัวรอเป็นตลาด ท่าน้ำ หรือบ้าน ลงได้ตรงไหน |
| 3 | หัวแหลมตลิ่งตะวันออก (จุดเปลี่ยนโค้ง) | หัวแหลมปลายเขื่อน มีอับน้ำท้ายแหลม | ทางเข้าฝั่งตะวันออก โคนเขื่อนมีหินทิ้งไหม |
| 4 | โค้งนอก A · เขื่อนคอนกรีต | โค้งนอกน้ำลึก ต้องหารอยหยักหรือสิ่งกำบังตามแนวเขื่อน | มีทางเดินริมเขื่อนไหม มีรอยต่อหรือบันไดลงน้ำไหม |
| 5 | ปลายแหลมจุดบรรจบ (วิทยาลัยต่อเรือ) | ตำแหน่งดีที่สุดทางน้ำ เห็นทั้งสองสายและรอยต่อ | เป็นพื้นที่สถานศึกษา คนทั่วไปน่าจะเข้าไม่ได้ อาจต้องใช้เรือ |
โซน 5 ทางน้ำดีที่สุด แต่ที่จัดไว้ท้ายเพราะการเข้าถึง ถ้าเข้าไม่ได้ ให้ใช้โซน 1 ซึ่งอยู่ตรงข้ามและได้อานิสงส์จากจุดบรรจบเหมือนกัน
ซูมโซน 1: มุมใต้ปากลำน้ำ ถึงแนวกำแพงหน้าย่านวัดปราสาท

ซูมโซน 1 ซ้าย 5 ส.ค. 2026 ขวา 31 ก.ค. 2025 พร้อมหมุดย่อยและเส้นรอยต่อน้ำ

ภาพซูมโซน 1 วันที่ 5 สิงหาคม 2026

ภาพซูมโซน 1 วันที่ 31 กรกฎาคม 2025
ภาพซูมสองภาพนี้ห่างกันหนึ่งปี และเดือนใกล้กันมาก (ปลาย ก.ค. กับต้น ส.ค.) จึงเทียบกันได้ตรง ๆ โดยฤดูไม่ต่างกัน สิ่งที่เห็นเพิ่มจากภาพมุมกว้าง:
- รอยต่อน้ำปี 2026 เห็นตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ไม่ได้เพิ่งเกิดในเดือนกันยายน น้ำเข้มของลำน้ำสายแคบชิดฝั่งตะวันตก น้ำอ่อนของสายกว้างอยู่ฝั่งตะวันออก แนวรอยต่อเริ่มที่ปลายแหลมวิทยาลัย ลงมาแนบชิดตลิ่งที่สุดตรงแนวเรือจอด แล้วค่อย ๆ ห่างตลิ่งออกไปทางใต้ แถบน้ำเข้มจึงแคบที่สุดหน้าแนวเรือ และกว้างขึ้นหน้าแนวต้นไม้
- ปี 2025 ช่วงเดียวกันไม่เห็นรอยต่อ น้ำสีเดียวทั้งลำ เมื่อนับรวมภาพมุมกว้างแล้ว ปี 2026 เห็นรอยต่อสองภาพ (ส.ค. และ ก.ย.) ปี 2025 ไม่เห็นเลยทั้งสองภาพ (ก.ค. ทั้งคู่) แปลว่ารอยต่อขึ้นกับปริมาณน้ำเหนือของแต่ละปี ไม่ได้เกิดทุกปี
- ผักตบปี 2026 กองเต็มแอ่งมุมใต้ปากลำน้ำ และกองอยู่ฝั่งน้ำเข้ม ไม่ข้ามรอยต่อออกไป เป็นหลักฐานว่าแอ่งนี้เป็นอับน้ำจริง ปี 2025 ผักตบเกาะเป็นแถบแคบชิดตลิ่งตรงจุดเดียวกัน
- โป๊ะหรือเรือนแพหลังคาสีน้ำตาลอยู่ที่เดิมทั้งสองปี ถัดลงมาเป็นแนวเรือจอดสีแดง ปี 2026 มีราว 4 ลำ ปี 2025 มี 2 ลำ
- ตลิ่งใต้แนวเรือเป็นแนวสีอ่อน ยาวลงไปจนถึงแนวต้นไม้หน้าย่านวัดปราสาท ภาพหน้าแล้งปี 2023 และ 2024 ยืนยันว่าเป็น เขื่อนขั้นบันได แบบเดียวกับฝั่งสำนักงาน (ภาพปี 2018 ยังเป็นตลิ่งต้นไม้) ระหว่างเขื่อนกับถนนอู่ทองเป็นที่ดินโล่ง อาจเป็นทางลงได้ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ของใคร
- ปากลำน้ำสายแคบมีสะพานข้าม แนวที่พาดเฉียงจากฝั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปฝั่งวิทยาลัยคือสะพานเหล็กวางบนทุ่นลอย (ยืนยันจาก Street View ด้านล่าง)
- แพหรือทุ่นยาวสีแดงที่ปลายแหลมวิทยาลัย เห็นใน Street View ปี 2020 และภาพปี 2026 แต่ภาพปี 2025 ตรงนั้นเป็นกอพืช เป็นของที่ย้ายเข้าออก ไม่นับเป็นที่กำบังถาวร
ภาพ Street View ปากลำน้ำ

Street View มองจากจุดบรรจบเข้าไปในลำน้ำสายแคบ ซ้ายคือฝั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขวาคือฝั่งวิทยาลัย (ภาพเดือนตุลาคม 2020)
ภาพระดับน้ำช่วยยืนยันสิ่งที่ภาพดาวเทียมบอกได้ไม่ชัด:
- สะพานเหล็กวางบนทุ่นลอยสีแดงเป็นช่วง ๆ ทุ่นแต่ละลูกเป็นที่กำบังกลางน้ำ และมีผักตบมาค้างตามแนวทุ่น ทุ่นเป็นของสาธารณะหรือของหน่วยงาน ห้ามผูกหรือเกี่ยวสาย ตกได้แค่เล็งข้างทุ่นจากฝั่ง
- ฝั่งซ้าย (ฝั่งสำนักงาน) เป็นเขื่อนคอนกรีตขั้นบันไดมีราวกั้น ยืนตกได้ถ้าเปิดให้คนเข้า และมีเรือจอดเรียงริมเขื่อนก่อนถึงสะพาน
- ฝั่งขวา (ฝั่งวิทยาลัย) เป็นลาดหินทิ้ง มีศาลาท่าน้ำ และมีผักตบเกาะแนวหิน ลาดหินทิ้งเป็นที่หลบของกุ้ง ข้อมูลนี้ใช้กับโซน 5 ด้วย
- สะพานอยู่มาหลายปีแล้ว เห็นตั้งแต่ภาพดาวเทียม เม.ย. 2018 ใน Street View ต.ค. 2020 และ มี.ค. 2022 และยังเห็นในภาพดาวเทียมปี 2025 และ 2026 จึงนับเป็นที่กำบังถาวรได้
- ภาพเป็นเดือนตุลาคม ช่วงน้ำเหนือหลาก น้ำขุ่นสีน้ำตาลและมีระลอก ระดับน้ำจึงสูงกว่าช่วงอื่นของปี ขั้นบันไดของเขื่อนฝั่งซ้ายที่จมอยู่ในภาพนี้ น่าจะโผล่มากขึ้นในหน้าแล้ง
| หมุดย่อย | จุด | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็กหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 1a | ขอบกองผักตบด้านน้ำเปิด มุมอับใต้ปากลำน้ำ | อับน้ำถาวร ผักตบเป็นที่กำบัง ขอบกองอยู่ติดรอยต่อน้ำ | ยืนตกจากฝั่งได้ไหม (ฝั่งนี้เป็นแนวต้นไม้หลังสำนักงาน) ความลึกที่ขอบกอง |
| 1b | โป๊ะหรือเรือนแพ | ตัวโป๊ะและเสาเป็นที่กำบัง อยู่ที่เดิมทั้งสองปี | เป็นของใคร ขออนุญาตลงได้ไหม ความลึกใต้โป๊ะ |
| 1c | แนวเรือจอด | ตัวเรือเป็นที่กำบัง แถบน้ำเข้มแคบที่สุดตรงนี้ เหวี่ยงสั้นก็ถึงรอยต่อ | ห้ามเหวี่ยงใส่เชือกผูกเรือ ช่วงไหนเรือเข้าออก |
| 1d | แนวกำแพงโค้งนอก B | โค้งนอกน้ำลึก แถบน้ำเข้มวิ่งชิดกำแพง | ลงจากที่ดินโล่งได้ไหม โคนกำแพงมีหินทิ้งไหม |
| 1e | แนวต้นไม้ปลายกำแพง | รากไม้และรอยต่อระหว่างกำแพงกับตลิ่งธรรมชาติทำให้เกิดอับน้ำ | มีช่องลงน้ำไหม ระวังเบ็ดเกี่ยวราก |
หมุดที่ควรเริ่มก่อนคือ 1c และ 1d เพราะอยู่ตรงที่รอยต่อน้ำแนบตลิ่งที่สุดและน่าจะลงจากที่ดินโล่งได้ ส่วน 1a ดีที่สุดทางน้ำ แต่ยังไม่เห็นทางลงชัด
เช็กหน้างานแล้วทำอะไรต่อ
| หมุด | สิ่งที่เช็ก | ถ้าพบ | ถ้าไม่พบ |
|---|---|---|---|
| 1a | ทางลงหลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือเขื่อนขั้นบันไดฝั่งเดียวกันต่อลงมาถึงมุมนี้ไหม | ตกชิดขอบกองผักตบด้านน้ำเปิด ไม่เหวี่ยงเข้าในกอง | ใช้เรือ หรือเหวี่ยงจาก 1b ขึ้นไปหาขอบกองถ้าระยะถึง |
| 1b | ได้รับอนุญาตลงโป๊ะ | ตกชิดเสาโป๊ะด้านท้ายน้ำ | ตกจากตลิ่งข้างโป๊ะ เล็งมุมโป๊ะ |
| 1c | ตลิ่งหน้าแนวเรือลงได้ | ตกช่องระหว่างเรือ หรือท้ายเรือลำสุดท้าย | ย้ายไป 1d |
| 1d | หินทิ้งที่โคนกำแพง | ตกขอบนอกกองหิน ใช้ชุดกันติด สำรองตะกั่ว | ตกตามแนวกำแพง ขยับหาจุดที่น้ำเข้มชิดที่สุด |
| 1d, 1e | เห็นรอยต่อน้ำด้วยตาวันที่ไป | ตกฝั่งน้ำเข้มของรอยต่อ | วันนั้นน้ำเหนือน้อย รอยต่อไม่เกิด ให้ตกตามที่กำบังเป็นหลัก |
ซูมโซน 3 และโซน 5: หัวแหลมฝั่งตะวันออก และปลายแหลมวิทยาลัย

ใช้ภาพซูมชุดเดียวกับโซน 1 ตัดเฉพาะด้านตะวันออก ซ้าย 5 ส.ค. 2026 ขวา 31 ก.ค. 2025
ภาพซูมโซน 1 ครอบคลุมโซน 3 และโซน 5 อยู่แล้ว เพราะทั้งสามโซนอยู่รอบจุดบรรจบเดียวกัน จึงใช้ภาพชุดเดิมได้โดยไม่ต้องหาภาพใหม่ โซน 2 (หัวรอ) และโซน 4 (โค้ง A ช่วงบน) อยู่นอกกรอบ ต้องใช้ภาพซูมแยก
โซน 3: หัวแหลมฝั่งตะวันออก
- เขื่อนคอนกรีตของโค้ง A ลงมาถึง มุมที่มีทางลาดหรือท่ายื่นลงน้ำ (3a) เห็นทั้งสองปี จากมุมนี้แนวเขื่อนหักเฉียงลงตะวันตกเฉียงใต้ ไปจบที่ ปลายหัวแหลมโค้งมน (3b) แล้ววกลงใต้
- บนสันเขื่อนมีแถบสีอ่อนกว้างต่อเนื่อง น่าจะเป็นทางเดินริมน้ำ ถ้าใช่ โซน 3 จะเข้าถึงง่ายที่สุดในฝั่งตะวันออก
- ท้ายหัวแหลม (3c) เป็นจุดอับน้ำเมื่อน้ำไหลลงใต้ ซึ่งเป็นทิศหลักของฤดูน้ำหลาก
- โซน 3 อยู่ฝั่งน้ำอ่อนของรอยต่อ (น้ำสายกว้าง) ช่วงน้ำเหนือมากกระแสฝั่งนี้น่าจะแรงกว่าฝั่งโซน 1 จึงต้องพึ่งที่หลบท้ายหัวแหลมเป็นหลัก
โซน 5: ปลายแหลมวิทยาลัย
- ฝั่งสายกว้างของวิทยาลัยเป็นกำแพงตรง มีมุมหักที่ 5a ก่อนเฉียงลงไปถึงปลายแหลม 5b
- ปี 2026 มีแต้มสีอ่อนอยู่ท้ายมุมกำแพง 5a ปี 2025 ไม่มี อาจเป็นฟองหรือตะกอนที่วนท้ายมุม ซึ่งจะเป็นหลักฐานของอับน้ำ แต่มีภาพเดียว ยังแยกจากแสงสะท้อนไม่ได้
- ฝั่งลำน้ำสายแคบของปลายแหลมเป็นลาดหินทิ้ง (จาก Street View) และเป็นที่จอดแพสีแดง
- พื้นที่เป็นของสถานศึกษา คนทั่วไปน่าจะเข้าไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต โซนนี้เป็นของคนที่มีเรือเท่านั้น
| หมุดย่อย | จุด | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็กหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 3a | มุมเขื่อนที่มีทางลาดหรือท่า | มุมหักของเขื่อนบนโค้งนอก โครงสร้างยื่นเป็นที่กำบัง | เป็นทางลาดลงเรือของใคร ใช้ยืนตกได้ไหม |
| 3b | ปลายหัวแหลม | น้ำแยกตัวรอบปลายแหลม เกิดแนวกระแสเร็วติดน้ำช้า | กระแสแรงแค่ไหน โคนเขื่อนมีหินทิ้งไหม |
| 3c | ท้ายหัวแหลม | อับน้ำเมื่อน้ำไหลลงใต้ | ทางเดินบนเขื่อนต่อมาถึงไหม เห็นน้ำวนท้ายแหลมไหม |
| 5a | มุมกำแพงวิทยาลัย | มุมหักบนสายกว้าง แต้มสีอ่อนท้ายมุมอาจเป็นน้ำวน | ได้รับอนุญาตเข้าไหม ถ้าใช้เรือ ระวังแนวกำแพง |
| 5b | ปลายแหลมจุดบรรจบ | จุดที่น้ำสองสายชนกันโดยตรง ฝั่งสายแคบมีหินทิ้ง | การเข้าถึง แพสีแดงยังจอดอยู่ไหม |
ลำดับในสามโซนนี้: 3c ก่อน ถ้ายืนยันได้ว่าบนเขื่อนเป็นทางเดิน เพราะได้ทั้งอับน้ำและเข้าถึงง่าย ส่วน 5a และ 5b ทางน้ำดีกว่า แต่ขึ้นกับการขออนุญาตหรือการมีเรือ
ซูมโซน 2 และโซน 4: ปากลำน้ำหัวรอ และโค้งนอก A
ภาพชุดนี้ครอบทั้งลำน้ำสายแคบและสายกว้างช่วงบน จึงใช้ซูมโซน 2 และโซน 4 ได้ในภาพเดียว

ภาพครอบโซน 2 และโซน 4 วันที่ 5 สิงหาคม 2026

ภาพครอบโซน 2 และโซน 4 วันที่ 15 สิงหาคม 2024
โซน 2: ปากลำน้ำหัวรอ

ซูมโซน 2 ซ้าย 5 ส.ค. 2026 ขวา 15 ส.ค. 2024
- ยอดโค้ง C เป็นจุดที่น้ำสามทางมาพบกัน คือ ลำน้ำสายแคบที่ไหลลงมาจากเหนือ ลำน้ำไปหัวรอทางตะวันตก และลำน้ำที่ไหลต่อลงตะวันออกเฉียงใต้อ้อมวัดมณฑป ปากลำน้ำหัวรออยู่บนตลิ่งโค้งนอกจริงตามที่อ่านไว้จากภาพมุมกว้าง
- ลำน้ำไปหัวรอมีสะพานข้าม ห่างจากปากเข้าไปพอสมควร อยู่นอกระยะเหวี่ยงจากปาก
- ปี 2026 มีผักตบลอยกระจายทั่วแอ่งยอดโค้ง และน้ำที่ไหลลงมาจากเหนือมีริ้วสีอ่อน ปี 2024 ช่วงเดียวกันน้ำสีเดียว ผักตบน้อยกว่า เข้ากับที่เห็นในโซน 1 ว่าปี 2026 น้ำเหนือมากกว่า
- มุมใต้ปากลำน้ำ (2b) เป็นปลายแหลมเล็ก ๆ มีต้นไม้ ถัดลงมาตามโค้งนอกมีแพพืชเขียวเกาะริมตลิ่ง (2c) เห็นทั้งสองปี
- ช่วงท้ายโค้งฝั่งถนนอู่ทอง มีแนวตลิ่งยาวติดลานจอดรถ ปี 2024 ลานนี้มีแผงตลาดตั้งอยู่ ถ้าเป็นที่สาธารณะ จะเป็นทางเข้าที่ง่ายที่สุดของโซนนี้
- ฝั่งตรงข้ามเป็นหน้าวัดมณฑป ตัดออก
| หมุดย่อย | จุด | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็กหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 2a | มุมเหนือปากลำน้ำ | มุมปากลำน้ำ น้ำจากลำน้ำหัวรอชนน้ำสายแคบ | เป็นบ้านคน ลงได้ไหม หรือต้องใช้เรือ |
| 2b | มุมใต้ปากลำน้ำ ยอดโค้งนอก | ปลายแหลมบนยอดโค้งนอก ติดปากลำน้ำ อับน้ำด้านท้ายแหลม | เข้าถึงจากฝั่งหัวรอได้ไหม ความลึกหน้าแหลม |
| 2c | แพพืชริมตลิ่งโค้งนอก | ที่กำบังถาวร อยู่บนโค้งนอกที่น้ำลึก | เป็นแพผักตบหรือหญ้าริมตลิ่ง ขอบแพลึกแค่ไหน |
| 2d | ริมตลิ่งช่วงท้ายโค้ง ฝั่งถนนอู่ทอง | ยังอยู่บนโค้งนอก และน่าจะเข้าถึงง่ายจากลานจอดรถ | ริมตลิ่งเป็นเขื่อนหรือดิน มีเรือหรือท่าจอดไหม |
โซน 4: โค้งนอก A

ซูมโซน 4 ซ้าย 5 ส.ค. 2026 ขวา 15 ส.ค. 2024
- สายกว้างช่วงนี้เป็นเขื่อนทั้งสองฝั่ง ฝั่งเกาะลอยและวิทยาลัยก็เป็นเขื่อน ไม่ใช่ตลิ่งธรรมชาติ
- บนเขื่อนฝั่งตะวันออกเป็นแถบสีอ่อนกว้างต่อเนื่อง ตั้งแต่โค้ง A ลงไปจนถึงหัวแหลมโซน 3 น่าจะเป็นทางเดินริมน้ำยาวเส้นเดียวกัน ถ้าใช่ โซน 3 และโซน 4 เดินถึงกันได้
- มีซอยหมู่บ้านวิ่งมาชนเขื่อนใกล้ยอดโค้ง เป็นทางเข้าที่เห็นชัดที่สุดของฝั่งตะวันออก
- เขื่อนช่วงนี้เป็นของใหม่ ภาพปี 2018 ฝั่งตะวันออกยังเป็นตลิ่งต้นไม้ทั้งแนว ภาพ เม.ย. 2023 เขื่อนโค้ง A เสร็จแล้ว แต่ช่วงหัวแหลมยังเป็นโครงก่อสร้าง และภาพ ก.พ. 2024 เขื่อนหัวแหลมเสร็จ ปี 2024 พื้นที่หลังเขื่อนยังเป็นที่ก่อสร้าง โคนเขื่อนจึงอาจยังมีหินทิ้ง เข็ม หรือเศษวัสดุก่อสร้างอยู่ใต้น้ำ
- เขื่อนตรงยาวแทบไม่มีรอยหยัก ที่กำบังมีแค่จุดหักของเขื่อน (4a) และอาคารบนแนวเขื่อนด้านบน (4c) ปี 2024 มีเรือหรือของจอดชิดเขื่อนใต้ยอดโค้ง แต่ปี 2026 ไม่เห็น
| หมุดย่อย | จุด | เหตุผล | สิ่งที่ต้องเช็กหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 4a | จุดหักของเขื่อน | รอยหยักเดียวบนแนวเขื่อนยาว เกิดอับน้ำเล็ก ๆ | ทางเดินบนเขื่อนต่อถึงไหม โคนเขื่อนมีหินทิ้งไหม |
| 4b | ยอดโค้งนอก A ใกล้ปลายซอย | โค้งนอกน้ำลึก เข้าถึงง่ายจากปลายซอย | ความลึกโคนเขื่อน กระแสแรงแค่ไหนช่วงน้ำหลาก |
| 4c | อาคารบนแนวเขื่อนด้านเหนือ | โครงสร้างยื่นเป็นที่กำบัง | เป็นท่าหรือบ้านส่วนตัว ขออนุญาตได้ไหม |
โซน 4 ยังอยู่ลำดับเดิม คือหลังโซน 3 เพราะเขื่อนตรงยาวมีที่กำบังน้อย แต่ข้อดีคือเข้าถึงง่าย ถ้าไปตกโซน 3 อยู่แล้ว เดินตามทางบนเขื่อนขึ้นมาลอง 4b ได้เลย
ข้อควรระวัง: หน้าวัดมณฑป (ฝั่งโค้งใน ของโค้ง C) ตัดออกจากรายการ หน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ห้ามจับสัตว์น้ำ ส่วนวัดปราสาทไม่ได้อยู่ติดน้ำ มีถนนอู่ทองคั่นอยู่ แนวริมน้ำฝั่งนี้รวมถึงสวนสาธารณะเทศบาลเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่ควรเช็กป้ายห้ามจับสัตว์น้ำหน้างานทุกครั้ง
หน้างาน: อ่านแนวน้ำแล้วตกอย่างไร
ภาพดาวเทียมบอกได้แค่ว่ารอยต่อน้ำ "เคยอยู่ตรงไหน" วันที่ไปจริงต้องอ่านแนวน้ำใหม่ทุกครั้ง หลักที่ใช้คือ กุ้งอยู่ฝั่งน้ำช้าของรอยต่อ ใกล้พื้น และใกล้ที่กำบัง งานหน้างานคือหาว่าจุดนั้นอยู่ตรงไหนในระยะที่เหวี่ยงถึง
1. ยืนยันแนวน้ำก่อนตั้งคัน
- ทิศน้ำ: ดูผักตบหรือเศษไม้ที่ลอยผ่านหน้า ช่วงฝนถึงน้ำหลากน้ำตรงนี้ไหลลงใต้แทบตลอด ให้ดูด้วยว่าสายกว้างกับสายแคบไหลเร็วต่างกันแค่ไหน
- แนวรอยต่อบนผิวน้ำ: มองหาสีน้ำที่ต่างกัน แนวฟองหรือเศษลอยที่เรียงเป็นเส้น หรือเส้นระลอกเล็ก ๆ ถ้ามีผักตบลอยมาค้างเป็นแนว ตรงนั้นมักเป็นรอยต่อ
- จดตำแหน่งเทียบกับของบนตลิ่ง เช่น "รอยต่อห่างตลิ่งราวความยาวเรือหนึ่งลำ ตรงแนวเรือจอด" จะได้เทียบกันได้ทุกครั้งที่ไป
2. เหวี่ยงตะกั่วเป็นแนวพัด หาขอบน้ำช้าที่พื้น
แนวที่เห็นบนผิวน้ำไม่ได้ตรงกับแนวที่พื้นเสมอไป ต้องเช็กด้วยตะกั่ว
- เหวี่ยงตะกั่วอย่างเดียวสามระยะ คือสั้นกว่าแนวรอยต่อ ตรงแนว และเลยแนวออกไป
- ระยะที่ตะกั่วนอนนิ่งคือฝั่งน้ำช้า ถ้าสายตึงแล้วตะกั่วไหลตามน้ำคือฝั่งน้ำเร็ว
- จุดที่ดีที่สุดคือระยะไกลสุดที่ตะกั่วยังนิ่งอยู่ ตรงนั้นคือขอบน้ำช้าติดน้ำเร็ว อาหารที่น้ำพามาจะตกลงตรงนี้
- ใช้ตะกั่วน้ำหนักแค่พอให้นิ่งในฝั่งน้ำช้า ถ้าต้องใช้ตะกั่วหนักมากถึงจะนิ่ง แปลว่าเหวี่ยงเลยแนวไปแล้ว
3. ใช้แนวน้ำกับหมุดในบทความนี้
| หมุด | ถ้ามีรอยต่อ ตกตรงไหน |
|---|---|
| 1c, 1d | แถบน้ำสายแคบแนบตลิ่งที่สุดตรงนี้ เหวี่ยงสั้นก็ถึงขอบแนว ตกท้ายเรือลำสุดท้าย หรือช่องระหว่างเรือด้านท้ายน้ำ |
| 1e | แถบน้ำช้ากว้างขึ้น ต้องเหวี่ยงไกลกว่า 1d จึงถึงขอบแนว ถ้าไม่ถึง ให้ตกโคนเขื่อนขั้นบันไดหรือแนวรากไม้แทน |
| 1a | วางเหยื่อที่ขอบกองผักตบด้านน้ำเปิด ช่วงมีรอยต่อ ขอบกองจะติดแนวพอดี |
| 3a–3c | ฝั่งนี้เป็นน้ำสายกว้างที่แรงกว่า อย่าตกหน้าหัวแหลม ให้ตกท้ายหัวแหลม (3c) ตรงที่เห็นน้ำวนหรือของลอยหมุนอยู่ |
| ทุกจุดที่มีเสา เรือ โป๊ะ หรือทุ่นสะพาน | ตกด้านท้ายน้ำของสิ่งกำบังเสมอ ด้านนั้นเป็นอับน้ำ |
4. ถ้าวันนั้นไม่มีรอยต่อ
ถ้าน้ำเป็นสีเดียวทั้งลำแบบปี 2019 ให้ตกตามที่กำบังเป็นหลัก ได้แก่ ด้านท้ายน้ำของเรือและโป๊ะ โคนเขื่อนขั้นบันได มุมเขื่อน และขอบกองผักตบ ไม่ต้องไล่หาแนว
5. แนวน้ำขยับได้ระหว่างวัน
- ถ้าสายกว้างไหลแรงขึ้น จะดันแถบน้ำสายแคบเข้ามาชิดฝั่งตะวันตกมากขึ้น ต้องเหวี่ยงสั้นลง
- ถ้ากระแสอ่อนลง แถบน้ำช้าจะกว้างขึ้น กุ้งมักออกจากที่หลบมาหากินไกลขึ้น ลองเหวี่ยงไกลขึ้นหรือตกกลางแถบ
- เช็กแนวด้วยตะกั่วซ้ำทุก 30–60 นาที
6. จดผลทุกครั้ง
จดวันที่ เวลา ทิศน้ำ มีรอยต่อหรือไม่และห่างตลิ่งเท่าไร น้ำหนักตะกั่วที่นิ่ง และหมุดไหนได้กุ้งที่ระยะไหน แล้วเปลี่ยนสถานะหมุดในบันทึกการอัปเดตเป็น ยืนยันแล้ว ต้องใช้เรือ หรือ ตัดออก
ข้อควรระวัง: ขั้นบันไดของเขื่อนที่จมน้ำมักลื่นมาก ช่วงน้ำหลากกระแสแรง ให้ยืนบนขั้นที่แห้งเท่านั้น
ขั้นต่อไป: เติมข้อมูลที่ยังขาด
ซูมโซน 1ทำแล้ว (ภาพ 31 ก.ค. 2025 และ 5 ส.ค. 2026) เหลือเช็กหน้างานว่าที่ดินโล่งริมกำแพงเป็นที่สาธารณะหรือไม่ซูมโซน 3 และ 5ทำแล้วจากภาพชุดเดียวกับโซน 1 เหลือเช็กว่าบนเขื่อนฝั่งตะวันออกเป็นทางเดินสาธารณะหรือไม่ซูมโซน 2 และ 4ทำแล้ว (ภาพ 15 ส.ค. 2024 และ 5 ส.ค. 2026) เหลือเช็กหน้างานว่าลานจอดรถริมถนนอู่ทองและปลายซอยฝั่งตะวันออกลงน้ำได้หรือไม่หาภาพหน้าแล้งทำแล้ว (เม.ย. 2018, เม.ย. 2023, ก.พ. 2024) ไม่เห็นสันดอนโผล่ ความลึกต้องวัดหน้างานด้วยตะกั่วหาภาพน้ำเหนือมากปีอื่นทำแล้ว (ต.ค. และ ธ.ค. ปี 2019 กับ 2025) รอยต่ออยู่ตำแหน่งเดิมเมื่อเกิด แต่ไม่เกิดทุกปี- ลงพื้นที่ สังเกตทิศน้ำและแนวรอยต่อด้วยตา จดวันที่ เวลา และระดับน้ำ เพื่ออัปเดตสถานะโซน
บันทึกการอัปเดต
| วันที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| 2026-10-12 | คัดโซนจากภาพมุมกว้าง 23 ก.ค. 2025 และ 24 ก.ย. 2026 ได้ 5 โซน เทียบรอยต่อน้ำใต้จุดบรรจบ ยังไม่ได้ลงพื้นที่ |
| 2026-10-12 | ซูมโซน 1 จากภาพ 31 ก.ค. 2025 และ 5 ส.ค. 2026 เพิ่มหมุดย่อย 1a–1e พบรอยต่อน้ำปี 2026 ตั้งแต่ ส.ค. แต่ปี 2025 ไม่มี |
| 2026-10-12 | ยืนยันจาก Street View ว่าแนวพาดเฉียงที่ปากลำน้ำคือสะพานเหล็กบนทุ่นลอย พบเขื่อนขั้นบันไดฝั่งสำนักงานและลาดหินทิ้งฝั่งวิทยาลัย ซูมโซน 3 และ 5 จากภาพชุดเดิม เพิ่มหมุดย่อย 3a–3c และ 5a–5b |
| 2026-10-12 | ระบุวันที่ Street View (ต.ค. 2020) สะพานยังอยู่ถึง มี.ค. 2022 และในภาพดาวเทียม 2025–2026 ซูมโซน 2 และ 4 จากภาพ 15 ส.ค. 2024 และ 5 ส.ค. 2026 เพิ่มหมุดย่อย 2a–2d และ 4a–4c |
| 2026-10-12 | ปักพิกัดตารางน้ำที่จุดบรรจบ (14.36385, 100.57967) เพิ่มภาพหน้าแล้ง เม.ย. 2018, เม.ย. 2023, ก.พ. 2024 ไม่พบสันดอนโผล่ พบว่าเขื่อนทั้งสองฝั่งสร้างหลังปี 2018 (หัวแหลมเสร็จระหว่าง เม.ย. 2023 ถึง ก.พ. 2024) และสะพานทุ่นลอยกั้นแพผักตบได้ |
| 2026-10-12 | เพิ่มภาพช่วงน้ำหลาก ต.ค. และ ธ.ค. ปี 2019 กับ 2025 พบว่ารอยต่อน้ำเกิดตั้งแต่ปลายปี 2025 ถึงปี 2026 ตำแหน่งเดิม แต่ไม่เกิดในปี 2019 และพบว่าสะพานทุ่นลอยกั้นของลอยได้ทั้งสองทิศ |
| 2026-10-12 | เพิ่มหัวข้อหน้างาน: อ่านแนวน้ำแล้วตกอย่างไร |
