ตัวเบ็ดตกกุ้งเฉพาะทาง PIN-HOOK
ตัวเบ็ดตกกุ้งดัดมือจากเข็มเย็บผ้า แยกทรงตามวิธีตกและสภาพหมาย ใช้งานร่วมกับหัวเชื้อ AMINOX
Seven (ทรงเซเว่น / ทรง 7)
ทรงดัดคล้ายเลข 7 ปลายคมเปิดชี้ขึ้น พร้อมสกัดไวตั้งแต่จังหวะแรกที่ทุ่นจม
กุ้งบ่อแข่งรอบทำเวลา / กุ้งกินถี่ / งานลอยตัว / สายดรอปช็อต
ท้องเบ็ดดัดหักมุมคล้ายเลข 7 ก้านตูดเบ็ดตั้งตรง แล้วหักมุมลงสู่ท้องเบ็ด โดยดัดปลายคมให้เปิดและชี้ขึ้นเพื่ออยู่ในตำแหน่งพร้อมรับแรงยก
ตำแหน่งปลายคมที่เปิดและชี้ขึ้นช่วยลดระยะการเคลื่อนตัวที่ต้องใช้ในการเข้าสู่เนื้อ เมื่อเกิดแรงยกจากการสะกิด คมเบ็ดจึงสามารถเข้าหาบริเวณคางหรือโคนก้ามได้รวดเร็ว
เมื่อทุ่นเริ่มจม ให้ชั่งสายและยกสะกิดทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้กุ้งอมเหยื่อลึก เหมาะกับการตกที่ต้องการจังหวะเกี่ยวรวดเร็วและทำรอบต่อเนื่อง
งานบ่อปูนส่วนใหญ่ใช้คันชิงหลิวหรือคันตกกุ้งความยาว 1.5–1.8 เมตร สายเมนเป็นเอ็นหรือ PE ตามความถนัด และใช้ทุ่นทุกคัน ทรงทุ่นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งทรงรักบี้ ทรงดินสอ ทรงลูกข่าง ทรงใบไม้ และทรงตัวหนอน ซึ่งวิธีตั้งทุ่นไม่ต่างกันมาก
ช่วยถ่วงน้ำหนักก้านเบ็ดให้ทอดตัวและรักษาตำแหน่งปลายคมที่ชี้ขึ้น ทำให้ตัวเบ็ดพร้อมรับแรงสะกิดและแสดงจังหวะผ่านสายได้ชัดเจน
- •ปลายคมเปิดและชี้ขึ้น ช่วยลดระยะที่คมต้องเคลื่อนตัวก่อนเข้าสู่เนื้อ
- •ตอบสนองต่อการยกหรือสะกิดสายเพียงเล็กน้อย เหมาะกับจังหวะทุ่นจม
- •ออกแบบเพื่อเน้นความเร็วในการเกี่ยวและการทำรอบต่อเนื่อง
Elephant Goad (ทรงขอสับช้าง)
ทรงเน้นพลังการสกัด ก้านแอ่นรับแรงและปลายหักมุมช่วยส่งแรงเข้าสู่คม สำหรับกุ้งไซส์ใหญ่
กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ / งานนางลอยและดรอปช็อต / หมายตลิ่งชันและตกจากเรือ
ก้านเบ็ดดัดแอ่นออก แล้วพับช่วงปลายให้หักมุมกลับเข้าหาตูดเบ็ดเป็นมุมแหลม ทำให้แนวของก้านและปลายคมมีทิศทางที่เหมาะกับการถ่ายทอดแรงจากการวัดและงัดคัน
เมื่อสายตึงและผู้ตกวัดหรือยกคัน โครงสร้างก้านแอ่นจะรับแรงจากสายและส่งต่อไปตามแนวตัวเบ็ด ขณะที่ปลายที่หักมุมช่วยกำหนดทิศทางของแรงเข้าสู่บริเวณปลายคม ทำให้เกิดแรงสกัดที่คมเบ็ดได้สูง เหมาะกับการเกี่ยวกุ้งตัวใหญ่และเนื้อที่หนา
ชั่งสายให้ตึงมือก่อน แล้วใช้การวัดหรือยกงัดด้วยข้อมือเพื่อส่งแรงผ่านก้านเข้าสู่ปลายคม เน้นการส่งแรงอย่างต่อเนื่องและควบคุมทิศทาง มากกว่าการกระชากสายอย่างรุนแรง ในงานหย่อนตรง เมื่อตะกั่วถึงพื้นให้ดึงสายขึ้นเล็กน้อย ไม่ให้สายหย่อนจนตัวเบ็ดติดพื้นหรือจมเลน
ตกริมตลิ่งชันหรือบนเรือ ใช้ได้สองแบบ คือ นางลอยที่พันตะกั่วฟิวส์ไว้ที่ก้านตัวเบ็ด หรือดรอปช็อตที่ผูกตะกั่วห่างจากตัวเบ็ดประมาณ 4–5 ซม. แล้วหย่อนลงตรงๆ จากปลายคัน ส่วนหมายไกลใช้สายหน้าแบบเดียวกับงานตกปลาหน้าดิน คือ สายเมน ตะกั่ว ลูกหมุน แล้วต่อสายหน้ายาว 20–25 ซม. ถึงตัวเบ็ด โดยไม่พันตะกั่วฟิวส์ที่ก้าน
งานนางลอยใช้ตะกั่วฟิวส์ที่ก้านเป็นตัวถ่วงให้เหยื่อจมตรงลงไปตามตลิ่งชันหรือจากเรือ ส่วนดรอปช็อตและสายหน้ายาวมีตะกั่วแยกอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเพิ่มน้ำหนักบนก้าน ปล่อยให้ตัวเบ็ดเคลื่อนตัวตามกระแสได้อิสระ
- •โครงสร้างก้านแอ่นและปลายหักมุมออกแบบเพื่อเน้นการถ่ายทอดแรงเข้าสู่ปลายคม
- •เหมาะกับการวัดและงัดที่ต้องการแรงสกัดสูง โดยเฉพาะกุ้งเปลือกหนาและไซส์ใหญ่
- •ใช้ได้ทั้งงานนางลอย ดรอปช็อต และสายหน้ายาวสำหรับหมายไกล โดยพันหรือไม่พันตะกั่วฟิวส์ตามวิธีตก
วิธีผูกสายหน้าตกกุ้งแม่น้ำ 3 แบบ
ทรงตัวเบ็ดกับวิธีผูกสายหน้าทำงานด้วยกัน สิ่งที่กำหนดว่าจะพันตะกั่วฟิวส์ที่ก้านหรือไม่ คือวิธีตก ไม่ใช่ทรงเบ็ด
นางลอย
ตะกั่วฟิวส์: พันที่ก้านตัวเบ็ดตกริมตลิ่งชันหรือตกจากเรือ หย่อนลงตรงๆ จากปลายคัน
- สายเมน
- ตัวเบ็ดที่พันตะกั่วฟิวส์ไว้ที่ก้าน
หย่อนเหยื่อลงตรงๆ จากปลายคันลงไปในน้ำ หรือตีออกไปไม่ไกลมาก น้ำหนักของตะกั่วฟิวส์บนก้านเป็นตัวพาเหยื่อลงไปและคุมตำแหน่ง
ดรอปช็อต (Drop Shot)
ตะกั่วฟิวส์: ไม่พันตกริมตลิ่งชันหรือบนเรือเหมือนนางลอย แต่ไม่พันตะกั่วที่ก้าน
- สายเมน
- ตัวเบ็ดผูกไว้กับสายหน้า
- เหลือปลายสายลงไปผูกตะกั่ว ห่างจากตัวเบ็ดประมาณ 4–5 ซม.
ปล่อยให้จมลงตรงๆ ไม่ต้องตีออกไป เมื่อตะกั่วถึงพื้นให้ดึงขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ให้สายหย่อนจนตัวเบ็ดติดพื้นหรือจมเลน น้ำหนักตะกั่วเลือกตามความแรงของน้ำ
สายหน้ายาว (หมายไกล)
ตะกั่วฟิวส์: ไม่พันตกไกลจากฝั่ง ใช้สายหน้าแบบเดียวกับงานตกปลาหน้าดิน
- สายเมน
- ตะกั่ว
- ลูกหมุน
- สายหน้ายาวประมาณ 20–25 ซม.
- ตัวเบ็ดตกกุ้ง
ตีออกไปยังหมายที่ต้องการแล้วเก็บสายให้ตึงพอดี ตะกั่วทำหน้าที่ยึดตำแหน่ง ส่วนสายหน้าที่ยาวช่วยให้เหยื่อเคลื่อนตัวตามกระแสได้อิสระ
ทั้งสามแบบมาจากการตกจริงและการสังเกตคนตกกุ้งในพื้นที่ เป็นแนวทางเริ่มต้น ไม่ใช่ค่าตายตัว น้ำหนักตะกั่วและความยาวสายหน้าปรับได้ตามความแรงของน้ำและความลึกของหมาย
การตั้งทุ่นสำหรับบ่อปูน
งานตกกุ้งบ่อปูนใช้ทุ่นทุกคัน ทุ่นทำหน้าที่บอกจังหวะที่กุ้งเข้าเหยื่อ การตั้งทุ่นให้พอดีกับระดับน้ำตรงจุดที่ตกจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกทรงเบ็ด
- เกี่ยวที่ชั่งทุ่น ซึ่งเป็นตุ้มเหล็กถ่วงน้ำหนัก เข้ากับตัวเบ็ด
- หย่อนลงน้ำตรงจุดที่จะตกจริง ไม่ใช่จุดอื่นที่สะดวกกว่า
- ปรับระดับทุ่นขึ้นลงจนก้นทุ่นอยู่พอดีกับระดับผิวน้ำ
- ถอดที่ชั่งทุ่นออก แล้วเกี่ยวเหยื่อลงตกได้
- •พื้นบ่อปูนมักไม่เรียบเท่ากันทุกจุด เพราะเจ้าของบ่อทำ slope ไว้สำหรับระบายน้ำตอนล้างบ่อ ควรลองชั่งทุ่นที่จุดข้างเคียงด้วย จะได้รู้ว่าระดับต่างกันแค่ไหน
- •ออกซิเจนที่เปิดไว้ในบ่ออาจพัดตัวเบ็ดเคลื่อนออกจากจุดเดิม ถ้ารู้ระดับของจุดข้างเคียงไว้ก่อน จะอ่านอาการทุ่นได้แม่นกว่า