ชั่งทุ่นคือการตั้งระยะจากทุ่นถึงตัวเบ็ดให้เท่ากับความลึกของน้ำตรงจุดที่ตก เป้าหมายคือให้เหยื่อติดพื้นปูนด้านล่าง ซึ่งเป็นระดับที่กุ้งเดินหากิน โดยที่ตัวเบ็ดยังตั้งอยู่ ไม่ล้มนอนลงกับพื้น พอระยะถูก สายจากทุ่นถึงเบ็ดจะตึงพอดี ทุ่นจึงขยับทันทีที่กุ้งแตะเหยื่อ แต่ถ้าระยะผิด เหยื่ออาจลอยอยู่เหนือพื้นจนกุ้งไม่เจอ หรือสายยาวเกินจนตัวเบ็ดล้มนอน กุ้งกินเหยื่อไปแล้วทุ่นยังไม่ขยับเลย
บทความนี้เขียนจากวิธีที่ผมใช้จริงในบ่อตกกุ้ง ไม่ใช่วิธีเดียวที่ถูก นักตกแต่ละคนมีรายละเอียดต่างกัน แต่หลักการเหมือนกัน คือทุ่นต้องบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่พื้นบ่อ
คำที่ใช้ในบทความนี้
| คำ | ความหมาย |
|---|---|
| ชั่งทุ่น | ตั้งระยะจากทุ่นถึงตัวเบ็ดให้เท่ากับความลึกของน้ำ ทำก่อนลงเบ็ด |
| ที่ชั่งทุ่น | ตุ้มเหล็กที่เกี่ยวกับตัวเบ็ด ใช้ถ่วงให้เบ็ดลงถึงพื้นตอนชั่งทุ่น |
| ตูดทุ่น | ปลายด้านล่างของทุ่น |
| ชั่งคัน | ยกปลายคันขึ้นช้า ๆ ให้สายตึงเล็กน้อย เพื่อดูว่ากุ้งยังจับเหยื่ออยู่ไหม ทำตอนตกจริง |
| ตึงมือ หนักมือ | ความรู้สึกที่มือตอนชั่งคันแล้วมีกุ้งจับเหยื่ออยู่ที่ปลายสาย |
| วัดเบ็ด | สะบัดคันเพื่อส่งตัวเบ็ดเข้าเนื้อกุ้ง |
| ลุยอ๊อก | ตกในแนวกระแสน้ำจากเครื่องให้อากาศในบ่อ |
| กินหนุน | อาการทุ่นทรงรักบี้กระดกขึ้นลงสองสามครั้ง แล้วนอนราบขนานผิวน้ำ บอกว่ากุ้งกินสนิทใจ |
| เลาะขอบบ่อ | ตกไล่ไปตามแนวขอบบ่อ ใช้ตอนกุ้งไม่ค่อยกิน |
ชั่งทุ่นกับชั่งคันเป็นคนละเรื่องกัน ชั่งทุ่นทำครั้งเดียวก่อนลงเบ็ด ส่วนชั่งคันทำทุกครั้งที่ทุ่นบอกว่ามีกุ้ง
ทุ่นแบบไหนใช้ตกกุ้งบ่อ
ทุ่นตกกุ้งบ่อไม่ใช่ทุ่นก้านยาวแบบที่ใช้ตกปลา และมีหลายทรงมาก ข้างล่างเป็นแค่ตัวอย่างทรงที่เห็นบ่อยในบ่อ
- ทรงรักบี้ ตัวทุ่นป่องกลาง หัวท้ายเรียว
- ทรงลูกข่าง ด้านบนป่อง ด้านล่างเรียวลง
- ทรงใบไม้ ตัวแบนเหมือนใบไม้ ปลายใบคือตูดทุ่น นักตกหลายคนใช้
- ทรงตัวหนอน ใช้เม็ดโฟมร้อยผ่านสายเอ็นราว 5 ถึง 7 เม็ด ดูเป็นปล้อง ๆ เหมือนเอาทุ่นทรงรักบี้ลูกเล็กมาเรียงกัน แต่ละเม็ดไม่ติดกัน เว้นระยะราวครึ่งเซนติเมตร แล้วล็อกหัวท้ายด้วย stopper จะใช้เม็ดใหญ่ทั้งหมด หรือไล่จากใหญ่ไปเล็กก็ได้ตามชอบ
ผมใช้ทรงรักบี้กับทรงลูกข่างเป็นหลัก ทุ่นมี stopper บนและล่างประกบชิดตัวทุ่น ล็อกไม่ให้ทุ่นเลื่อนบนสายระหว่างตก เวลาจะปรับระยะ ให้เลื่อนทุ่นไปพร้อม stopper ทั้งสองตัว และ ทุกทรงชั่งด้วยหลักเดียวกัน คือตั้งให้ตูดทุ่นอยู่ระดับผิวน้ำพอดี ต่างกันแค่รายละเอียดของทุ่นใบไม้ กับวิธีดูอาการตอนกุ้งกิน
ทุ่นทรงรักบี้ ผมตั้งให้ทุ่นทำมุมกับผิวน้ำราว 45 องศา ไม่ให้ตั้งตรงหรือนอนราบ มุมนี้ได้จากการชั่งทุ่นที่ถูกต้อง คือเหยื่อแตะพื้นพอดี สายตึงดึงปลายทุ่นลงไว้ให้เอียง ข้อดีมีสองอย่าง
- กุ้งจับเหยื่อได้สะดวกและกินได้เร็ว กว่าการตั้งทุ่นระยะอื่น เพราะเหยื่ออยู่ตรงพื้นพอดี
- ทุ่นเปลี่ยนมุมให้เห็นทันที เมื่อแรงดึงที่สายเปลี่ยน กุ้งแค่ขยับเหยื่อเล็กน้อย ทุ่นก็จะเอียงลงจมหรือเอนลงนอนให้เห็นชัด
ทุ่นทรงตัวหนอน ชั่งให้ตัวเบ็ดแตะพื้นพอดีเหมือนทรงอื่น แล้วใช้ตะกั่วที่ก้านเบ็ดถ่วงให้เม็ดโฟมจมอยู่ราวสองเม็ด เวลากุ้งกินหนุน เม็ดที่จมจะลอยขึ้นมาให้เห็น ส่วนเวลากุ้งเริ่มจับเหยื่อ เม็ดโฟมจะค่อย ๆ จมลงทีละข้อ ทำให้เห็นได้ว่ากุ้งดึงเหยื่อหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ทุ่นทรงใบไม้ ชั่งให้ stopper ตัวล่าง ซึ่งอยู่ตรงปลายใบ แตะผิวน้ำพอดี แล้วเลื่อน stopper ตัวบนให้ห่างจากทุ่นเล็กน้อย ราว 1 ถึง 2 มิลลิเมตร เพื่อให้ทุ่นใบไม้เคลื่อนที่บนสายได้อย่างอิสระ ต่างจากทรงอื่นที่ stopper ประกบชิดทุ่นทั้งสองด้าน
ต้องเตรียมอะไร
- ที่ชั่งทุ่น ตุ้มเหล็กที่เกี่ยวกับตัวเบ็ดได้ หนักพอจะดึงเบ็ดลงถึงพื้นบ่อ
- ทุ่นที่จะใช้จริง พร้อม stopper บนและล่างที่ล็อกทุ่นไว้กับสาย
- สายหน้าและตัวเบ็ดชุดที่จะใช้ตกจริง
ต้องชั่งด้วยชุดสายชุดเดียวกับที่จะตก เพราะความยาวสายหน้าเป็นส่วนหนึ่งของระยะจากทุ่นถึงเบ็ด ถ้าชั่งด้วยชุดหนึ่งแล้วไปตกด้วยอีกชุด ระยะจะคลาดทันที
ชั่งทุ่นทีละขั้น
- เกี่ยวที่ชั่งทุ่นเข้ากับตัวเบ็ด
- หย่อนลงน้ำตรงจุดที่จะตก ปล่อยจนที่ชั่งทุ่นถึงพื้นบ่อ
- ค่อย ๆ ยกคันเบ็ดขึ้นตรง ๆ จับตาดูสายเอ็นกับทุ่น ช่วงที่สายเปลี่ยนจากหย่อนเป็นเริ่มตึง คือจังหวะที่ต้องอ่านตำแหน่งทุ่น ตอนสายยังหย่อน ทุ่นลอยอิสระ ยังบอกความลึกไม่ได้ ถ้ายกเลยไปจนสายตึงแน่น ทุ่นจะถูกดึงจนตำแหน่งคลาด
- ดูตำแหน่งตูดทุ่น เทียบกับผิวน้ำ ในจังหวะที่สายเริ่มตึงพอดี
- เลื่อนทุ่นพร้อม stopper ขึ้นหรือลงบนสาย แล้วทำข้อ 3 และ 4 ซ้ำ จนตูดทุ่นอยู่ระดับผิวน้ำพอดีในจังหวะที่สายเริ่มตึง ยอมให้ตูดทุ่นจมลงได้เล็กน้อย แค่ระดับ stopper ตัวล่างที่ประกบใต้ทุ่นอยู่ ถ้า stopper ตัวล่างจมลงใต้น้ำด้วย แปลว่าระยะสั้นไป ให้เลื่อนทุ่นขึ้น
- ชั่งซ้ำในจุดใกล้เคียง ถ้าบ่อเปิดเครื่องให้อากาศ กระแสจากเครื่องจะพัดทุ่นให้ลอยไปจากจุดที่หย่อนเหยื่อ ให้ลองหย่อนชั่งรอบ ๆ จุดที่ตกด้วย จะได้รู้ว่าถ้าทุ่นลอยไป ความลึกตรงนั้นยังใกล้เคียงกันหรือไม่ ถ้าไม่เท่ากัน ดูหัวข้อพื้นบ่อลาดเอียงด้านล่าง
- ถอดที่ชั่งทุ่นออก เกี่ยวเหยื่อ แล้วลงเบ็ดได้
เมื่อตูดทุ่นอยู่ที่ผิวน้ำในจังหวะที่สายเริ่มตึง ขณะที่ที่ชั่งทุ่นยังแตะพื้นอยู่ แปลว่าระยะจากทุ่นถึงเบ็ดเท่ากับความลึกพอดี พอเปลี่ยนเป็นเหยื่อ เหยื่อจะติดพื้นบ่อ ตัวเบ็ดยังตั้งอยู่ และสายจากทุ่นลงไปยังตึงพอให้ทุ่นรับรู้การขยับของเหยื่อ
พื้นบ่อลาดเอียง ให้ชั่งที่จุดลึกที่สุด
พื้นบ่อปูนส่วนใหญ่ไม่ได้ราบเสมอกันทั้งบ่อ แต่ทำลาดเอียงไว้ให้น้ำไหลไปรวมที่จุดเดียวเวลาล้างบ่อ ด้านที่ใกล้จุดระบายน้ำจึงมักลึกกว่าเล็กน้อย
ความลาดนี้มีผลแค่ในบริเวณที่กำลังจะตก คือรอบ ๆ จุดที่เหยื่อลงและจุดที่ทุ่นอาจลอยไป ในระยะแค่นี้ พื้นจะสูงต่ำต่างกันไม่เกินราว 2 เซนติเมตร เวลาหย่อนชั่งรอบ ๆ จุดที่ตกแล้วเจอความลึกต่างกัน ให้ชั่งตามจุดที่ลึกที่สุด
เหตุผลเข้าใจง่ายถ้ามองการชั่งทุ่นว่าเป็นการวัดความยาวสาย ว่าต้องยาวเท่าไรเหยื่อถึงจะแตะพื้น เหมือนหย่อนเชือกลงบ่อ ถ้าเชือกยาวพอถึงก้นตรงจุดที่ลึกที่สุด ตรงที่ตื้นกว่าก็ถึงแน่นอน แต่ถ้าวัดจากจุดที่ตื้น พอเหยื่อไปอยู่ตรงจุดที่ลึกกว่า เหยื่อจะลอยค้างอยู่เหนือพื้น
| ชั่งตามจุดไหน | เหยื่ออยู่ตรงจุดลึก | เหยื่ออยู่ตรงจุดตื้น |
|---|---|---|
| จุดตื้น | สายสั้นไปราว 2 ซม. เหยื่อลอยเหนือพื้น | เหยื่อติดพื้นพอดี |
| จุดลึก | เหยื่อติดพื้นพอดี | เหยื่อยังติดพื้น สายเหลือราว 2 ซม. |
ชั่งตามจุดลึก เหยื่อติดพื้นทั้งสองจุด ชั่งตามจุดตื้น เหยื่อติดพื้นแค่จุดเดียว
ถ้าลองชั่งซ้ำตรงจุดที่ตื้นกว่า ตูดทุ่นจะอยู่สูงจากผิวน้ำกว่าตอนชั่งที่จุดลึกเล็กน้อย ไม่เป็นไร สิ่งที่ต้องการคือเหยื่อติดพื้นบ่อปูน ไม่ใช่ตูดทุ่นอยู่ตรงผิวน้ำทุกจุด สายที่เหลือราว 2 เซนติเมตรยังน้อยกว่าระยะที่นักตกเผื่อไว้ตอนลุยอ๊อก ทุ่นยังบอกอาการได้ตามปกติ
ลุยอ๊อก: ตกในแนวกระแสจากเครื่องให้อากาศ
ตรงแนวอ๊อก น้ำไหลตลอดเวลา ถ้าตั้งระยะพอดีเป๊ะแบบน้ำนิ่ง กระแสจะดึงทุ่นจนเหยื่อถูกยกขึ้นจากพื้น หรือพัดทุ่นหลุดออกไปจากจุดที่ตั้งใจ จึงต้องเลื่อนทุ่นขึ้นเผื่อสายไว้
หลักคือเลื่อนทุ่นขึ้นจากระยะที่ชั่งไว้ ครั้งละ 2 ถึง 3 นิ้ว จนทุ่นเอียงราว 45 องศากับผิวน้ำ ถ้าทุ่นยังไม่เอียง หรือโดนน้ำพัดออกไป ก็เลื่อนขึ้นอีกครั้งละ 2 ถึง 3 นิ้ว ปกติแล้วรวมทั้งหมดจะไม่เกิน 1 คืบ
เผื่อเท่าที่ทำให้ทุ่นเอียง 45 องศาก็พอ ไม่ต้องเผื่อมากกว่านั้น ถ้าได้กุ้งติดปาก แต่เห็นมีแต่ทุ่นเดิน แปลว่าเผื่อมากไปสำหรับจุดนั้น ให้ลดลง
ตำแหน่งตีเหยื่อและวางทุ่น
สมมติว่านั่งตกตามด้านยาวของบ่อ ซึ่งแนวอ๊อกโดยทั่วไปจะขนานกับขอบบ่อ
- หมายตาจุดตีเหยื่อไว้ตรงกลางระหว่างอ๊อกสองตัว
- ตีเหยื่อให้ตกต่ำกว่าแนวอ๊อก คือเหยื่ออยู่ระหว่างขอบบ่อฝั่งที่นั่ง กับแนวอ๊อก
- ให้ทุ่นพาดเลยแนวอ๊อกออกไป คือทุ่นอยู่ระหว่างแนวอ๊อก กับกลางบ่อ กะให้ตอนเหยื่อจมลงตรงจุดที่อ๊อกพ่นน้ำ ทุ่นไม่ลอยพ้นวงกระแสของอ๊อก
- ถ้าทุ่นโดนน้ำพัดออกไป หรือยังไม่เอียง 45 องศา ให้เลื่อนทุ่นขึ้นครั้งละราว 2 ถึง 3 นิ้ว ทำซ้ำจนทุ่นไม่ลอยพ้นแนวอ๊อก และตั้งได้มุม 45 องศา
พอทำได้ตามข้อ 3 เหยื่อจะอยู่กลางแนวอ๊อกพอดี ทุ่นตั้ง 45 องศาและส่ายไปมาตามกระแส
อ่านทุ่นตอนลุยอ๊อก ทุ่นที่ส่ายอยู่คืออาการปกติของจุดน้ำแรง พอกุ้งเข้าจับเหยื่อ ทุ่นจะหยุดส่ายทันที จากนั้นจะเกิดอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ทุ่นเดินสวนน้ำเข้าหาอ๊อก
- ทุ่นหนุนขึ้นนอนขนานกับผิวน้ำ
- ทุ่นดิ่งจม
เจออาการไหนก็ตาม ให้ชั่งคัน เช็กน้ำหนักว่ากุ้งยังจับเหยื่ออยู่และยังไม่ปล่อย แล้วสะบัดข้อมือเบา ๆ ได้เลย
ทุ่นตัวหนอนกับลุยอ๊อก
ทุ่นตัวหนอนใช้ลุยอ๊อกอีกแบบ คือโยนเหยื่อเข้าหาอ๊อก แล้วปล่อยให้กระแสพาทุ่นค่อย ๆ ลอยออกมา ถ้าเจอกุ้ง ทุ่นจะหยุดทันที จากนั้นรอให้กุ้งเอาเหยื่อเข้าปาก แล้วค่อยวัด
อ่านอาการทุ่นอย่างไร
หลังลงเบ็ด ให้จำระดับและมุมที่ทุ่นลอยอยู่ตอนนิ่งไว้ อาการที่บอกว่ากุ้งกำลังทำอะไรกับเหยื่อ คือการที่ทุ่นเปลี่ยนไปจากตอนนิ่ง อาการแต่ละแบบให้สังเกตและจดจำไว้ เพราะวิธียกต่างกัน
| อาการทุ่น | กุ้งกำลังทำอะไร | ทำอย่างไรต่อ |
|---|---|---|
| ทุ่นสั่น | กุ้งเริ่มจับเหยื่อ | ยังไม่ต้องยก รอสักพัก อาการจะเปลี่ยนเป็นแบบอื่น |
| ทุ่นตัวหนอนจมทีละข้อ | กุ้งเริ่มจับเหยื่อ และดึงหนักขึ้นเรื่อย ๆ | รอสักพัก แล้วชั่งคัน |
| กินหนุน ทุ่นรักบี้กระดกขึ้นลงสองสามครั้ง แล้วนอนราบขนานผิวน้ำ | กุ้งกินสนิทใจ | ยกคันขึ้นเบา ๆ ก็ติด แทบไม่ต้องสะบัดข้อมือ |
| ทุ่นจมหรือดิ่งลงใต้น้ำ | ราว 80 เปอร์เซ็นต์คือกุ้งจับหรือกินเหยื่อแล้ว | ชั่งคัน |
| ทุ่นลอยขึ้นสูงกว่าเดิม | ส่วนใหญ่กุ้งกำลังจะกิน | ชั่งคัน |
| ทุ่นเดินไปข้างหน้าช้า ๆ | ราว 80 เปอร์เซ็นต์คือกุ้งจับหรือกินเหยื่อแล้ว | ชั่งคัน หรือรั้งสวนทาง |
| ทุ่นวิ่งเร็ว | กุ้งวิ่งผ่านเหยื่อ แล้วส่วนหนึ่งของตัวไปพันสายเอ็น | ส่วนใหญ่ปล่อยไป ถ้าจะลองให้วัดสวนทันที ได้ตัวราวครึ่งต่อครึ่ง |
ชั่งคัน: เช็กน้ำหนักก่อนยก
ชั่งคันคือการยกคันขึ้นให้สายตึง แล้วค้างไว้ เพื่อชั่งน้ำหนักว่ากุ้งยังจับเหยื่ออยู่ไหม ใช้กับทุ่นจม ทุ่นลอย ทุ่นเดินช้า และทุ่นตัวหนอนจม ไม่ต้องรีบร้อน
- ยกปลายคันขึ้นช้า ๆ ให้ปลายคันอยู่ตรงเหนือทุ่น จนสายตึงและทุ่นลอยพ้นผิวน้ำขึ้นมาราว 1 นิ้ว แล้วค้างไว้
- ถ้ามีแรงถ่วงที่ปลายสายหรือตึงมือ แปลว่ากุ้งยังจับเหยื่ออยู่ เหมือนกำลังเล่นชักเย่อกับเรา ให้ขืนสายไว้เฉย ๆ ไม่ปล่อยให้หย่อนและไม่ดึงแรง ค้างไว้ราว 2 ถึง 5 วินาที ไม่ต้องรอให้กุ้งลากทุ่นจม
- ตวัดข้อมือเบา ๆ หรือยกคันขึ้นตรง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยให้ปลายคันยังอยู่ตรงเหนือทุ่นตลอด
ทุกครั้งที่ชั่งคัน ปลายคันต้องอยู่ตรงกับทุ่นเสมอ แรงยกจะส่งลงไปตามแนวสายตรงถึงตัวเบ็ด ไม่มีสายหย่อนหรือมุมเฉียงมาดูดแรงไปก่อน และต้องไม่กระชาก
ทุ่นตัวหนอนไม่ต้องรีบชั่งคันตั้งแต่ปล้องแรกจม ให้รอสักพักจนเห็นว่าปล้องจมลงต่อเนื่อง แล้วค่อยชั่งคัน
กินหนุน: กุ้งกินสนิทใจ
อาการนี้เห็นชัดกับทุ่นทรงรักบี้ที่ตั้งเอียง 45 องศา ทุ่นจะกระดกขึ้นลงสองถึงสามครั้ง แล้วนอนราบขนานกับผิวน้ำ ทุ่นนอนลงได้เพราะแรงที่เคยดึงปลายทุ่นให้เอียงหายไป แปลว่ากุ้งยกเหยื่อขึ้นจากพื้นไปแล้ว
อาการนี้เรียกว่ากินหนุน หรือกุ้งกินสนิทใจ ไม่ต้องชั่งคัน ไม่ต้องสะบัดข้อมือแรง แค่ยกคันขึ้นเบา ๆ ก็ติดแล้ว
ทุ่นเดินช้ากับทุ่นวิ่งเร็ว ต่างกันอย่างไร
ทุ่นเดินต้องดูความเร็ว เพราะสองแบบนี้บอกคนละเรื่อง
ทุ่นเดินไปข้างหน้าช้า ๆ ราว 80 เปอร์เซ็นต์คือกุ้งจับหรือกินเหยื่อแล้ว และกำลังค่อย ๆ พาเหยื่อไป ยกได้สองแบบ ใช้แบบไหนก็ได้ตามถนัด
- ชั่งคัน ไม่ว่าทุ่นจะเดินไปทางไหน ให้ยกคันขึ้นจนสายตึง ค้างไว้ พอรู้สึกหนักมือ ให้ตวัดข้อมือเบา ๆ สวนไปทางตรงข้ามกับที่กุ้งเดิน
- รั้ง ดูว่าทุ่นเดินไปทางไหน แล้วรั้งสายไปทางตรงข้าม ให้สายตึง เอาแค่พอตึง พอรู้สึกหนักมือ ให้ยกคันสวนไปทางตรงข้ามกับที่กุ้งเดิน ไม่ต้องวัดแรง
ทั้งสองแบบต้องยกสวนทางกับที่กุ้งเดิน เพราะถ้ายกไปทางเดียวกับที่กุ้งเดิน สายจะตามกุ้งไปแทนที่จะดึงให้ตัวเบ็ดเข้าปาก
ทุ่นวิ่งเร็ว ส่วนใหญ่เกิดจากกุ้งวิ่งผ่านเหยื่อ แล้วส่วนหนึ่งของตัวกุ้งไปพันเข้ากับสายเอ็น กุ้งไม่ได้กินเหยื่อเข้าปาก ส่วนใหญ่ผมปล่อยไป ถ้าจะลอง ให้วัดสวนทางทันที โอกาสได้ตัวราวครึ่งต่อครึ่ง และตัวเบ็ดมักเกี่ยวโดนส่วนอื่นของกุ้งขึ้นมา เช่น ตัว ก้าม ท้อง หรือหัว ไม่ใช่ปาก
ระวังอย่าวัดแรง ไม่ว่าจะอาการไหน ถ้าวัดแรงเกินแล้วไม่โดนกุ้ง ชุดสายทั้งหมดจะพุ่งพ้นน้ำขึ้นไป อาจไปติดหลังคาบ่อ หรือโดนคนที่นั่งตกข้าง ๆ ได้ การตวัดข้อมือเบา ๆ ให้แรงพอแค่ส่งปลายเบ็ดเข้าปากกุ้งก็พอ
ทุ่นเดินแบบไหนแปลว่าตั้งทุ่นผิด
ถ้าตั้งแต่ชั่งทุ่นมา กุ้งที่ได้ขึ้นมาติดเบ็ดที่ปาก ซึ่งแปลว่ากุ้งกินเหยื่อ แต่อาการที่เห็นมีแต่ทุ่นเดิน ไม่เคยเห็นทุ่นสั่น จม ลอย หรือกินหนุนก่อนเลย แปลว่าตั้งทุ่นผิด
สาเหตุส่วนใหญ่คือตั้งทุ่นสูงเกินไป ระยะจากทุ่นถึงเบ็ดยาวกว่าความลึก ตัวเบ็ดจึงล้มนอน และสายส่วนหนึ่งกองอยู่บนพื้น เวลากุ้งจับหรือกินเหยื่อ แรงไม่ส่งขึ้นมาถึงทุ่น ทุ่นจึงไม่จมและไม่ลอยให้เห็น จะขยับก็ต่อเมื่อกุ้งกินแล้วเดินลากสายไป
แก้ด้วยการชั่งทุ่นใหม่ตรงจุดที่ตก ถ้ายังตกต่อด้วยระยะเดิม จะเห็นแต่ทุ่นเดิน และพลาดจังหวะที่กุ้งกินไปเรื่อย ๆ
ยกแล้วไม่ติด หรือกุ้งหลุดบ่อย
ถ้ายกแล้วไม่ติด หรือดึงขึ้นมาแล้วกุ้งหลุดบ่อย สาเหตุส่วนใหญ่มีสามอย่าง
1. กุ้งไม่ได้กินเหยื่อ สำหรับมือใหม่ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือกุ้งแค่เดินผ่าน แล้วส่วนหนึ่งของตัวไปลากสายเอ็นเข้า อาการนี้ทุ่นมักวิ่งเร็ว ถ้าวัดสวนทันที โอกาสได้ตัวราวครึ่งต่อครึ่ง และมักติดตัวหรือติดก้าม พอดึงขึ้นมาจึงหลุดง่าย ดูหัวข้อทุ่นเดินช้ากับทุ่นวิ่งเร็วด้านบน
2. กุ้งกินจริง แต่วัดเร็วหรือแรงเกิน ไม่ต้องรีบร้อน ให้ชั่งคันก่อน ยกจนทุ่นพ้นผิวน้ำราว 1 นิ้ว แล้วขืนไว้เฉย ๆ ไม่ต้องดึงแรง ถ้ามีแรงถ่วงที่ปลายสาย แปลว่ากุ้งกำลังเล่นชักเย่อกับเรา ขืนให้สายตึงไว้ราว 2 วินาที แล้ววัดได้เลยในจังหวะนั้น ไม่ต้องรอให้กุ้งลากทุ่นจม
3. ตัวเบ็ดมีปัญหาในการเข้าเนื้อ ทรงเบ็ด ขนาดเบ็ด หรือความแข็งของเนื้อเบ็ด มีผลต่อการที่ปลายเบ็ดจะเข้าปากกุ้ง ถ้าตัดสองข้อแรกออกแล้วยังหลุดบ่อย คงต้องเปลี่ยนตัวเบ็ด
หน้าหนาว กุ้งไม่ค่อยกิน
ช่วงหน้าหนาว กุ้งในบ่อมักไม่ค่อยกิน ทุ่นที่เคยบอกอาการชัด ๆ จะขยับแค่นิดเดียว เพราะกุ้งจับหรือกินเหยื่ออยู่กับที่ ไม่เดินไปไหน ถ้ารอให้ทุ่นจมหรือเดินชัด ๆ เหมือนหน้าอื่น อาจรอทั้งชั่วโมงโดยไม่ได้ยกเลย
วิธีที่ผมใช้ช่วงนี้
- เลาะขอบบ่อ ตกไล่ไปตามแนวขอบบ่อ แทนการนั่งรอที่จุดเดียว
- ดูทุ่นให้ละเอียดกว่าปกติ ทุ่นออกอาการนิดหน่อย ให้ลองชั่งคันดูเลย ไม่ต้องรอให้อาการชัด บางครั้งก็เจอตัวกุ้งที่กำลังจับเหยื่ออยู่
เมื่อไรต้องชั่งทุ่นใหม่
ชั่งใหม่ทุกครั้งที่มีอะไรเปลี่ยน ไม่มีข้อยกเว้น
- เปลี่ยนสายหน้า เพราะความยาวสายหน้าเปลี่ยนระยะจากทุ่นถึงเบ็ด
- เปลี่ยนทุ่น เพราะทุ่นแต่ละลูกลอยไม่เท่ากัน
- ย้ายที่นั่งตก เพราะความลึกของบ่อแต่ละจุดไม่เท่ากัน
การชั่งใหม่ใช้เวลาไม่กี่นาที ในบ่อที่คิดค่าตกเป็นชั่วโมงอาจรู้สึกเสียดายเวลา แต่ถ้าไม่ชั่ง ต้องเสียเวลามากกว่านั้นไปกับการรอเหยื่อที่ไม่ได้ติดพื้น หรือพลาดกุ้งที่มากินแล้วทุ่นไม่บอก ถ้าวันนั้นต้องเปลี่ยนเบ็ดหรือสายหน้าหลายรอบ ให้เผื่อเวลาชั่งไว้ทุกรอบ
ปัญหาที่เจอบ่อย
ทุ่นไม่ขยับเลย แต่เหยื่อหายทุกครั้งที่ยก ระยะจากทุ่นถึงเบ็ดน่าจะยาวเกิน สายหย่อนจนทุ่นรับรู้การขยับของเหยื่อไม่ได้ ให้ชั่งใหม่ตรงจุดที่ตก
ได้กุ้งติดปาก แต่เห็นมีแต่ทุ่นเดิน อาการเดียวกับข้อบน คือตั้งทุ่นสูงเกิน ตัวเบ็ดล้มนอน ทุ่นเลยเห็นแค่ตอนกุ้งกินแล้วเดินลากสาย ให้ชั่งใหม่
ทุ่นค่อย ๆ จมเองโดยไม่มีกุ้ง ระยะน่าจะสั้นเกิน เหยื่อไม่ถึงพื้น น้ำหนักเหยื่อกับสายหน้ากำลังดึงทุ่นลง หรือทุ่นลอยไปอยู่จุดที่ลึกกว่าจุดที่ชั่ง
ทุ่นลอยไปเรื่อย ๆ โดนกระแสจากเครื่องให้อากาศพัด ถ้าตั้งใจลุยอ๊อก ให้เลื่อนทุ่นขึ้นครั้งละ 2 ถึง 3 นิ้ว จนทุ่นเอียง 45 องศาและไม่ลอยพ้นแนวอ๊อก ตามหัวข้อลุยอ๊อกด้านบน ถ้าไม่ได้ตั้งใจ ให้ย้ายไปจุดที่กระแสน้อยกว่า
สรุปก่อนลงเบ็ด
ชั่งทุ่น
- ชั่งด้วยชุดสายที่จะตกจริง
- ยกคันช้า ๆ อ่านทุ่นตอนสายเปลี่ยนจากหย่อนเป็นเริ่มตึง
- ตูดทุ่นอยู่ระดับผิวน้ำพอดี จมได้แค่ระดับ stopper ตัวล่าง ใช้ได้กับทุกทรง
- พื้นบ่อลาดเอียง ให้ชั่งตามจุดที่ลึกที่สุดในบริเวณที่ตก
- ลุยอ๊อก เลื่อนทุ่นขึ้นทีละ 2 ถึง 3 นิ้ว จนทุ่นเอียง 45 องศา ปกติไม่เกิน 1 คืบ เหยื่ออยู่ระหว่างขอบบ่อกับแนวอ๊อก ทุ่นพาดเลยแนวอ๊อก
- ทุ่นทรงรักบี้ ตั้งให้เอียงราว 45 องศา
- ทุ่นทรงใบไม้ ชั่งให้ stopper ตัวล่างแตะผิวน้ำพอดี แล้วให้ stopper ตัวบนห่างทุ่นราว 1 ถึง 2 มิลลิเมตร ให้ทุ่นเคลื่อนที่ได้อิสระ
- เปลี่ยนสายหน้า เปลี่ยนทุ่น หรือย้ายที่ ชั่งใหม่ทุกครั้ง
อ่านทุ่นและยกกุ้ง
- ทุ่นสั่นให้รอ ทุ่นตัวหนอนจมทีละข้อให้รอสักพัก
- กินหนุน ทุ่นรักบี้กระดกสองสามครั้งแล้วนอนราบ ยกคันเบา ๆ ก็ติด
- ทุ่นจม ดิ่ง ลอย หรือเดินช้า ให้ชั่งคัน ยกจนทุ่นพ้นน้ำราว 1 นิ้ว ปลายคันตรงกับทุ่น ถ้ามีแรงถ่วง ขืนไว้ 2 ถึง 5 วินาที แล้วตวัดข้อมือเบา ๆ หรือยกต่อเนื่อง
- ทุ่นเดินช้าให้ยกสวนทางกับที่กุ้งเดิน
- ทุ่นวิ่งเร็ว ส่วนใหญ่ปล่อยไป ถ้าจะลองให้วัดสวนทันที ได้ตัวราวครึ่งต่อครึ่ง มักติดตัวหรือก้าม
- ไม่ว่าอาการไหน อย่าวัดแรง
- ได้กุ้งติดปาก แต่เห็นมีแต่ทุ่นเดิน แปลว่าตั้งทุ่นผิด ให้ชั่งใหม่
- ลุยอ๊อก ทุ่นหยุดส่ายคือกุ้งจับเหยื่อ ชั่งคันแล้วสะบัดข้อมือเบา ๆ
- หน้าหนาว เลาะขอบบ่อ ทุ่นขยับนิดเดียวก็ลองชั่งคัน
- ยกแล้วหลุดบ่อย เช็กสามอย่าง กุ้งไม่ได้กิน วัดเร็วหรือแรงเกิน หรือตัวเบ็ดมีปัญหา
ตัวเบ็ดเป็นอีกส่วนที่มีผลกับการยกติด อ่านเรื่องเบ็ดดัดมือที่ผมกำลังทดลองอยู่ได้ที่ เบ็ดตกกุ้ง Pin-Hook ส่วนการตกกุ้งในแม่น้ำ ซึ่งต่างจากบ่อตั้งแต่อุปกรณ์ถึงการอ่านอาการ อ่านได้ที่ คู่มือตกกุ้งแม่น้ำ
