ทิศน้ำสำคัญน้อยกว่าแรงน้ำ ช่วงที่คนตกกุ้งแม่น้ำพูดตรงกันว่ากุ้งกินดีที่สุด คือหัวน้ำ ช่วงที่กระแสอ่อนลงจนเกือบหยุดก่อนจะกลับทิศ ซึ่งเกิดได้ทั้งตอนน้ำลงสุดและตอนน้ำขึ้นเต็ม ถ้าต้องเลือกหนึ่งในสอง ตารางน้ำ AminoX เลือกหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุด ด้วยเหตุผลเรื่องพื้นที่น้ำที่หดลงจนกุ้งไปรวมกัน
บทความนี้ไม่ได้มาจากการทดลองของเราเอง แต่รวบรวมประสบการณ์ของนักตกกุ้งแม่น้ำจากเว็บบอร์ดตกปลา การสอบถาม และการสังเกตนักตกกุ้งที่หมาย แล้วนำมาเทียบกับสิ่งที่รู้เรื่องชีววิทยากุ้งก้ามกรามและพฤติกรรมของแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อแยกว่าข้อไหนมีเหตุผลรองรับ ข้อไหนเป็นประสบการณ์เฉพาะหมาย
วิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร
ข้อมูลมาจากสองทาง ทางแรกคือเว็บบอร์ดตกปลาที่คนตกกุ้งหลายรุ่นเขียนไว้ ทั้งกระทู้สอนเทคนิค กระทู้ถามตอบ และรีวิวทริปจริง ทางที่สองคือการสอบถามและสังเกตนักตกกุ้งที่หมาย
หลักที่ใช้คัดกรองมีสามข้อ
- นับเฉพาะแหล่งที่เป็นอิสระต่อกัน บทความตกกุ้งหลายเว็บคัดลอกข้อความชุดเดียวกันต่อ ๆ กันมา ข้อความที่ซ้ำกันหลายเว็บจึงนับเป็นหนึ่งเสียง ไม่ใช่หลายเสียง
- แยกสิ่งที่เห็นออกจากคำอธิบาย เช่น "น้ำสีเหลืองมีฟอง กุ้งไม่กิน" เป็นสิ่งที่คนตกเห็น ส่วน "เพราะออกซิเจนต่ำ" เป็นคำอธิบายของคนตก สองส่วนนี้น่าเชื่อถือไม่เท่ากัน
- เทียบกับหลักฐานอื่น ข้อสังเกตที่สอดคล้องกับชีววิทยากุ้งหรือข้อมูลอุทกศาสตร์ของแม่น้ำ มีน้ำหนักกว่าข้อสังเกตที่ยืนอยู่ลำพัง
สิ่งที่คนตกกุ้งแม่น้ำพูดตรงกัน
| ข้อสังเกตจากคนตก | ความสอดคล้องกับหลักฐานอื่น | ระดับความมั่นใจ |
|---|---|---|
| กุ้งกินดีช่วงหัวน้ำ ทั้งหัวน้ำขึ้นและหัวน้ำลง | ตรงกับที่กุ้งก้ามกรามเดินหากินตามพื้น ไม่ได้ว่ายสู้กระแส | สูง |
| กลางวันกุ้งหลบในที่ลึกตามตอ หิน และโพรง | ตรงกับที่กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์หากินกลางคืนและหลบแสง | สูง |
| กลางคืนกุ้งเข้ามาหากินริมตลิ่งในน้ำตื้นขึ้น | สอดคล้องกับข้อบน และมีคนตกหลายคนเล่าตรงกัน | สูง |
| น้ำไม่ไหลเลย กุ้งไม่ค่อยกิน | สอดคล้องกับการที่กลิ่นเหยื่อต้องอาศัยกระแสพาไป | ปานกลาง |
| น้ำขุ่นกุ้งยังกิน แต่ต้องใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้น | กุ้งก้ามกรามพบได้ทั่วไปในน้ำที่ขุ่นมาก | ปานกลาง |
| นาทีทองจริงสั้นมาก ราว 10 ถึง 30 นาที | มาจากแหล่งเดียว แต่เข้ากับธรรมชาติของหัวน้ำที่กระแสเปลี่ยนเร็ว | ปานกลาง |
| หน้าร้อนที่น้ำทะเลหนุนสูง กุ้งห่าง | สอดคล้องกับข้อมูลที่น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุดช่วงหน้าแล้ง | ปานกลาง |
ข้อที่ไม่ได้ใส่ในตาราง เพราะยังหาเสียงที่สองมายืนยันไม่ได้ เช่น ตัวเลขความลึกที่ "เหมาะที่สุด" ซึ่งไม่มีใครให้ไว้ในแม่น้ำ มีแต่ตัวอย่างจากอ่างเก็บน้ำหมายเดียว
หัวน้ำขึ้นกับหัวน้ำลง ต่างกันตรงไหน
คนตกกุ้งที่อธิบายเรื่องนี้ละเอียดที่สุดนับ ทั้งสองหัวน้ำเป็นนาทีทอง ไม่ได้บอกว่าฝั่งไหนดีกว่า และบอกไว้ด้วยว่าหัวน้ำจะยาวแค่ไหนขึ้นกับแรงน้ำทะเลหนุนของวันนั้น อีกแหล่งแนะนำให้รอหัวน้ำขึ้น โดยไม่ได้อธิบายเหตุผลต่อ
ตารางน้ำ AminoX ให้คะแนนเฉพาะหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุด แต่ไม่ได้ทิ้งหัวน้ำลง ถ้าหัวน้ำลงไปตรงกับช่วงที่พอตกได้ ระบบจะแสดงเป็นบรรทัด ทางเลือก ให้ เหตุผลที่ให้น้ำหนักกับน้ำลงต่ำสุดมากกว่า มีสองชั้น
ชั้นแรก พื้นที่น้ำหดลง ตอนน้ำต่ำสุด พื้นที่ตื้นริมน้ำ เช่น สันดอนฝั่งโค้งใน ชายเลน และตลิ่งลาด จะตื้นจนกุ้งอยู่ไม่ได้ กุ้งต้องถอยลงไปอยู่ที่ขอบร่องน้ำ พื้นที่ที่กุ้งกระจายอยู่จึงแคบลง โอกาสเดินผ่านเหยื่อสูงขึ้น
ชั้นที่สอง เข้ากับพฤติกรรมกลางคืน คนตกเล่าตรงกันว่ากลางคืนกุ้งเข้ามาหากินริมตลิ่งในน้ำตื้น ถ้าคืนนั้นน้ำขึ้นเต็ม ริมตลิ่งที่น้ำท่วมถึงจะกว้าง กุ้งกระจายตัวไปทั่ว หาเจอยากกว่า แต่ถ้าคืนนั้นน้ำลงต่ำสุด แนว "ริมน้ำ" ใหม่ก็คือขอบร่อง กุ้งที่ออกมาหากินจึงมารวมกันตรงนั้น
| หัวน้ำขึ้น (ตรงน้ำลงต่ำสุด) | หัวน้ำลง (ตรงน้ำขึ้นเต็ม) | |
|---|---|---|
| กระแส | อ่อนที่สุดของรอบ | อ่อนที่สุดของรอบ |
| พื้นที่ที่กุ้งอยู่ได้ | แคบที่สุด กุ้งรวมที่ขอบร่อง | กว้างที่สุด กุ้งกระจายถึงริมตลิ่ง |
| จุดวางเหยื่อ | ขอบร่อง ขอบสันดอน ข้างโครงสร้างที่ยังจมน้ำ | ริมตลิ่ง ข้างเสาเข็ม ตอไม้ที่เพิ่งจมน้ำ |
| ได้เปรียบชัดในหมายแบบไหน | ตลิ่งลาด สันดอน ชายเลน | ใช้ได้พอกันทุกแบบ |
| ในตารางน้ำ AminoX | นับเป็นเกณฑ์ข้อ 3 | แสดงเป็นทางเลือก |
ถ้าหมายเป็นตลิ่งชันหรือเขื่อนคอนกรีต ความกว้างของน้ำแทบไม่เปลี่ยนตามระดับ เหตุผลเรื่องพื้นที่หดจึงแทบไม่มีผล หัวน้ำทั้งสองฝั่งใช้ได้ใกล้เคียงกัน ให้เลือกหัวน้ำที่ตรงกับคืนมืดเป็นหลัก
หนึ่งรอบน้ำ กุ้งอยู่ตรงไหน
| ช่วงน้ำ | กระแส | กุ้งมักอยู่ | ควรทำอะไร |
|---|---|---|---|
| น้ำขึ้นเต็ม เริ่มชะลอ | อ่อนลงเรื่อย ๆ | กระจายตามริมตลิ่งที่น้ำท่วมถึง | ตกริมตลิ่งและข้างโครงสร้าง ตะกั่วเบา |
| น้ำกำลังลง | แรงขึ้นจนแรงสุดกลางช่วง | หลบหลังตอ หิน และจุดอับน้ำ | ย้ายไปจุดอับน้ำ เพิ่มตะกั่ว หรือพักรอ |
| น้ำใกล้ลงสุด เริ่มชะลอ | อ่อนลงจนเกือบหยุด | ถอยมารวมที่ขอบร่องน้ำ | ขยับเหยื่อออกไปที่ขอบร่อง เตรียมให้พร้อม |
| หัวน้ำขึ้น | อ่อนที่สุด แล้วค่อย ๆ กลับทิศ | ออกเดินหากินตามขอบร่อง | ช่วงหลัก ตกให้เต็มที่ |
| น้ำกำลังขึ้น | แรงขึ้นอีกครั้ง | กลับไปหลบ หรือไล่ขึ้นตามน้ำที่ท่วมตลิ่ง | ขยับเข้าหาตลิ่งตามน้ำ หรือไปจุดอับน้ำ |
ข้อควรจำคือ ระยะวางเหยื่อต้องขยับตามระดับน้ำ ถ้าวางระยะเดิมทั้งคืน ตอนน้ำลงสุดเหยื่ออาจไปนอนอยู่บนพื้นที่ที่กุ้งเพิ่งถอยออกไปแล้ว
นาทีทองจริงสั้นกว่าช่วงบนการ์ด
ช่วงแนะนำบนการ์ดตารางน้ำกว้างราวสามชั่วโมง เพราะเป็นช่วงที่น้ำอยู่ใกล้จุดต่ำสุดตามค่าทำนาย แต่คนตกกุ้งที่ตกประจำเล่าว่า ช่วงที่กุ้งกินถี่จริง ๆ อาจสั้นแค่ 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง และยาวสั้นต่างกันไปตามแรงน้ำทะเลหนุน
สองเรื่องนี้ไม่ขัดกัน ช่วงบนการ์ดคือกรอบเวลาที่นาทีทองน่าจะเกิด ส่วนนาทีทองจริงเกิดตอนไหนในกรอบนั้น ขึ้นกับหมายของคุณอยู่ห่างสถานีแค่ไหนและวันนั้นน้ำเหนือมากน้อยเท่าไร
- ถึงหมายตั้งแต่ต้นช่วงแนะนำ จัดชุดตกและวางเหยื่อให้เสร็จก่อนกระแสจะอ่อน
- ใช้กฎห้านาที คนตกกุ้งหลายคนใช้ตรงกันว่า ถ้าเหยื่อถึงพื้นแล้วไม่มีกุ้งแตะภายในราวห้านาที แปลว่าตรงนั้นไม่มีกุ้ง หรือน้ำยังแรงจนกุ้งไม่ออกจากที่หลบ ให้ขยับจุดหรือรอให้กระแสเบาลง
- ปรับตะกั่วตามกระแส ช่วงหัวน้ำที่กระแสเกือบหยุด คนตกบางคนใช้ตะกั่วเพียงไม่กี่กรัม แล้วเพิ่มน้ำหนักเมื่อน้ำเริ่มเดิน ตะกั่วหนักเกินในน้ำนิ่งจะทำให้อ่านอาการกุ้งยาก
ความลึก: ไม่มีตัวเลขที่เหมาะ มีแต่ความลึกเทียบกัน
ไม่มีคนตกคนไหนให้ตัวเลขความลึกที่เหมาะกับกุ้งแม่น้ำไว้ และตัวเลขจากบ่อเลี้ยงก็ใช้กับแม่น้ำไม่ได้ สิ่งที่คนตกพูดตรงกันคือความลึก เทียบกัน ตามช่วงเวลา
- กลางวัน กุ้งอยู่ที่ค่อนข้างลึกและมีที่หลบ เช่น ตอไม้ กองหินถมตลิ่งที่ยุบลงไปในน้ำ โคนเสา หรือโพรงตลิ่ง
- กลางคืน กุ้งออกมาริมตลิ่งในน้ำที่ตื้นกว่า
เหตุผลที่อธิบายได้คือความลึกทำหน้าที่กรองแสง น้ำยิ่งลึกแสงยิ่งลงไปถึงพื้นน้อย กุ้งซึ่งหลบแสงจึงอยู่ลึกตอนกลางวัน แล้วขึ้นมาตื้นได้เมื่อไม่มีแสง
ในแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นน้ำลง ความลึกของจุดเดิมยังเปลี่ยนตลอดวัน จุดที่ลึกพอตอนน้ำขึ้นเต็มอาจตื้นจนกุ้งไม่อยู่ตอนน้ำลงสุด ถ้าจะจดความลึกของหมาย ให้จดคู่กับช่วงน้ำเสมอ
สีน้ำและความขุ่น
คนตกกุ้งที่ตกเจ้าพระยามานานให้ข้อสังเกตเรื่องสีน้ำไว้เป็นลำดับ
| สีน้ำที่เห็น | คนตกเล่าว่า | อ่านอย่างไร |
|---|---|---|
| ขาวใส | กุ้งกินดีที่สุด | สภาพที่เหมาะเป็นพื้นฐาน |
| ใสมาก | กุ้งกินห่าง | สอดคล้องกับการที่กุ้งหลบแสง น้ำใสแสงลงถึงพื้นมาก |
| ขุ่น | ยังกิน แต่ต้องใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้น | กุ้งหาอาหารด้วยการรับกลิ่นเป็นหลัก ความขุ่นจึงไม่ได้ทำให้หาเหยื่อไม่เจอ |
| เหลืองและมีฟองลอยมากับน้ำ | กุ้งไม่กิน มักเจอหน้าแล้งที่น้ำทะเลหนุนสูง | เป็นสัญญาณว่าน้ำเปลี่ยนสภาพ ควรย้ายหมายหรือเลื่อนทริป |
| แดงขุ่นหน้าน้ำหลาก | ตกยาก | ปัญหาหลักคือกระแสเชี่ยวจากน้ำเหนือ ไม่ใช่ความขุ่น |
ข้อมูลด้านชีววิทยาก็ยืนยันว่ากุ้งก้ามกรามพบได้ทั่วไปในน้ำที่ขุ่นมาก ความขุ่นเฉย ๆ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ไป สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ ขุ่นเพราะตะกอนปกติ กับ ขุ่นเพราะน้ำหลาก อย่างหลังมากับกระแสแรงที่ทำให้ตารางน้ำใช้ไม่ได้
เรื่องน้ำสีเหลืองมีฟอง คนตกอธิบายว่าเป็นเพราะออกซิเจนในน้ำต่ำ คำอธิบายนี้เป็นไปได้ แต่ฟองในแม่น้ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งที่เชื่อได้มากกว่าคือข้อสังเกตว่ากุ้งไม่กินในน้ำแบบนี้ ส่วนสาเหตุยังต้องการข้อมูลตรวจวัดเพิ่ม
ความขุ่นกับแสงจันทร์ น้ำขุ่นลดแสงที่ลงถึงพื้นได้เหมือนความลึก เราจึงคาดว่าในคืนจันทร์สว่าง หมายที่น้ำขุ่นและลึกน่าจะยังพอตกได้ดีกว่าหมายน้ำใสตื้น ข้อนี้เป็นการคาดจากหลักเรื่องแสง ยังไม่มีคนตกเล่าไว้ตรง ๆ
ฤดูกาลเปลี่ยนทั้งกุ้งและน้ำ
คนตกกุ้งแถวปทุมธานีเล่ารูปแบบทั้งปีไว้ว่า กุ้งเริ่มมีตัวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตกได้เรื่อยไปจนหน้าร้อนที่น้ำทะเลหนุนแล้วกุ้งเริ่มห่าง กลับมากินดีอีกทีต้นฝน จนถึงหน้าน้ำหลากที่น้ำมากจนตกไม่ได้
รูปแบบนี้เข้ากับข้อมูลของแม่น้ำเจ้าพระยาสองเรื่อง
- ระยะที่น้ำขึ้นน้ำลงไปถึงเปลี่ยนตามฤดู ช่วงน้ำน้อย อิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงขึ้นไปได้ถึงแถวอ่างทอง แต่ช่วงน้ำมากถอยลงมาเหลือราว 75 กิโลเมตรจากปากแม่น้ำ หมายเดียวกันจึงอาจมีน้ำขึ้นลงชัดในหน้าแล้ง แต่แทบไม่มีในหน้าน้ำหลาก
- น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุดช่วงหน้าแล้ง ซึ่งตรงกับช่วงที่คนตกเล่าว่ากุ้งห่างในหมายตอนล่าง
ผลต่อการใช้ตารางน้ำคือ หน้าแล้งตารางน้ำใช้ได้ดีและไปได้ไกลขึ้นไปทางต้นน้ำ ส่วนหน้าน้ำหลาก หลักเรื่องหัวน้ำใช้แทบไม่ได้ ให้ดูกระแสจริงที่หมายเป็นหลัก
ดูที่หมายว่าน้ำกำลังขึ้นหรือลง
ตารางน้ำเป็นค่าทำนายของสถานี ถึงหมายแล้วควรยืนยันด้วยตาเสมอ วิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มีดังนี้
- ปักไม้หรือวางหินไว้ที่ขอบน้ำ แล้วกลับมาดูใน 15 ถึง 20 นาที ถ้าน้ำท่วมเครื่องหมาย น้ำกำลังขึ้น ถ้าเครื่องหมายโผล่ห่างจากน้ำ น้ำกำลังลง ถ้าแทบไม่ขยับ คือช่วงหัวน้ำ
- ดูคราบเปียกบนเสา ตอม่อ หรือเขื่อน ถ้าเห็นแถบเปียกเหนือผิวน้ำ แปลว่าน้ำเพิ่งลดลงมา
- ดูเศษใบไม้และผักตบที่ลอย ว่าไหลไปทางต้นน้ำหรือปลายน้ำ และไหลเร็วแค่ไหน
- ดูมุมสายเอ็น ถ้าสายที่ตึงเริ่มหย่อนและตะกั่วค้างอยู่กับที่ได้ กระแสใกล้พื้นกำลังอ่อนลง
ช่วงหัวน้ำ ผิวน้ำกับน้ำใกล้พื้นอาจไหลไม่ตรงกัน ในแม่น้ำช่วงที่น้ำจืดกับน้ำเค็มผสมกันไม่หมด กระแสใกล้พื้นอาจกลับทิศก่อนหรือหลังผิวน้ำได้ กุ้งอยู่ที่พื้น จึงให้เชื่อตะกั่วและสายเอ็นมากกว่าเศษใบไม้ที่ลอยบนผิว
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"น้ำขึ้นกุ้งเข้าฝั่ง น้ำลงกุ้งออกกลาง" ถูกเพียงครึ่งเดียว กุ้งขยับตามแนวน้ำจริง แต่สิ่งที่กำหนดว่ามันจะออกเดินหรือไม่คือกระแสกับแสง ไม่ใช่ทิศน้ำ ช่วงน้ำกำลังขึ้นแรง ๆ กุ้งก็หลบอยู่ดี
"ต้องรอน้ำนิ่งสนิทถึงจะดี" หัวน้ำคือช่วงที่กระแสอ่อนแล้วค่อย ๆ กลับทิศ ไม่ใช่น้ำนิ่งตายนานหลายชั่วโมง คนตกหลายคนเล่าตรงกันว่าถ้าน้ำไม่ไหลเลย กุ้งไม่ค่อยกิน เพราะกลิ่นเหยื่อไม่กระจาย
"น้ำขุ่นตกกุ้งไม่ได้" กุ้งก้ามกรามอยู่ในน้ำขุ่นเป็นปกติ ปรับไปใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้นก็พอ ที่ต้องระวังคือขุ่นเพราะน้ำหลาก
"ช่วงแนะนำสามชั่วโมง กุ้งจะกินทั้งสามชั่วโมง" นาทีทองจริงอาจสั้นกว่านั้นมาก ช่วงบนการ์ดคือกรอบเวลาที่ต้องอยู่ที่หมายให้ทัน
ข้อจำกัดของบทความนี้
ทุกข้อในบทความนี้เป็นหลักคิดที่ประกอบจากประสบการณ์ของคนตกกับหลักฐานด้านชีววิทยาและอุทกศาสตร์ ไม่ใช่ผลทดลองที่วัดว่ากุ้งกินฝั่งไหนมากกว่ากัน ประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่รวบรวมมาเป็นของแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนนทบุรีถึงปทุมธานี แม่น้ำสายอื่นหรือช่วงอื่นของลำน้ำอาจต่างออกไป
หมายที่อยู่เหนือช่วงที่น้ำทะเลขึ้นถึง หมายอ่างเก็บน้ำ และช่วงน้ำหลาก ใช้หลักเรื่องหัวน้ำไม่ได้ ส่วนเรื่องความมืด ความลึก และสีน้ำยังใช้ได้
จดหมายของคุณเอง
วิธีที่จะรู้ว่าหมายของคุณเข้ากับหลักข้างบนแค่ไหน คือจดทุกครั้งที่ไป แล้วเทียบกันหลายทริป ช่องที่จดยากที่สุดคือช่วงน้ำกับความลึก เพราะวัดตรง ๆ ไม่ได้ แต่ทำได้ด้วยของที่มีอยู่ในกล่องตกกุ้ง
จดช่วงน้ำที่เห็นจริง
ใช้ไม้ปักขอบน้ำเป็นมาตรวัด ถึงหมายแล้วปักไม้หรือกิ่งไม้ไว้ตรงขอบน้ำพอดี แล้วกลับมาดูทุก 15 ถึง 20 นาที ถ้าน้ำท่วมโคนไม้ขึ้นมา น้ำกำลังขึ้น ถ้าไม้โผล่ห่างน้ำออกไป น้ำกำลังลง ถ้าเทียบสองรอบแล้วแทบไม่ขยับ คือช่วงหัวน้ำ ถ่ายรูปไม้ทุกครั้งที่ดู รูปในมือถือมีเวลากำกับอยู่แล้ว ถ้าตกจากท่าน้ำหรือเขื่อนที่ปักไม้ไม่ได้ ให้จำผิวน้ำเทียบกับรอยบนเสาหรือขอบขั้นบันไดแทน
ใช้ตะกั่วบอกกระแสที่พื้น ไม้ปักบอกได้ว่าระดับน้ำขึ้นหรือลง แต่กุ้งสนใจกระแสใกล้พื้น ซึ่งดูได้จากตะกั่วและสาย
| สิ่งที่เห็น | แปลว่า |
|---|---|
| ตะกั่วครูดไปตามพื้น หรือสายตึงเฉียงไปทางเดียว | กระแสยังแรง |
| ตะกั่วค้างอยู่กับที่ และสายเริ่มหย่อน | กระแสอ่อน กำลังเข้าหัวน้ำ |
| สายเปลี่ยนไปเฉียงอีกทาง | น้ำกลับทิศแล้ว |
ในตาราง ไม่ต้องจดทุกครั้งที่ดู ให้จดเป็นคำเดียวตามช่วงในหัวข้อหนึ่งรอบน้ำ คือ น้ำลงแรง ใกล้ลงสุด หัวน้ำขึ้น น้ำขึ้นแรง ใกล้ขึ้นเต็ม หรือหัวน้ำลง แล้ว จดเวลาที่น้ำกลับทิศจริงแยกไว้หนึ่งค่า ค่านี้มีประโยชน์ที่สุด เพราะเอาไปเทียบกับเวลาในตารางน้ำได้ทันทีว่าหมายของคุณช้ากว่าสถานีกี่นาที แล้วตั้งเป็นค่าเลื่อนเวลาในหน้าตารางน้ำได้
จดความลึก
ตกแนวดิ่งจากท่าน้ำหรือเรือ วัดเป็นเมตรได้ ใช้ปากกามาร์กเกอร์ทำจุดบนสายเอ็นทุก 50 เซนติเมตรหรือ 1 เมตร นับจากตัวเบ็ด หย่อนจนตะกั่วถึงพื้นและสายหย่อน แล้วนับจุดที่ผิวน้ำ อีกวิธีคือวัดไว้ก่อนว่าหมุนรอกหนึ่งรอบเก็บสายได้กี่เซนติเมตร แล้วนับรอบตอนเก็บสายขึ้นมา
ตีเหยื่อจากตลิ่ง ใช้วิธีนับวินาที ตะกั่วน้ำหนักเท่ากันจมด้วยความเร็วใกล้เคียงกันทุกครั้ง พอตะกั่วแตะน้ำให้เริ่มนับจนสายหย่อน ตัวเลขที่ได้ไม่ใช่เมตร แต่ใช้เทียบกันได้ เช่น ตรงนี้นับได้ 3 ตรงโน้นนับได้ 6 ตรงโน้นก็ลึกกว่าประมาณสองเท่า ตีไล่ระยะออกไปทีละช่วง ตรงไหนตัวเลขกระโดดขึ้นทันที ตรงนั้นคือขอบร่อง
ถ้าอยากแปลงวินาทีเป็นเมตร ให้หย่อนตะกั่วลูกเดิมแนวดิ่งข้างเสาท่าน้ำที่วัดความลึกด้วยสายมาร์กได้ นับวินาทีเทียบไว้หนึ่งครั้ง ก็รู้ว่าตะกั่วลูกนั้นจมวินาทีละกี่เซนติเมตร ต้องใช้ตะกั่วน้ำหนักเดิมทุกครั้ง และค่าจะคลาดตอนกระแสแรงเพราะสายโดนน้ำดึง
จดความลึกคู่กับช่วงน้ำเสมอ จุดเดียวกันลึกไม่เท่ากันตลอดคืน ถ้าจดว่า 3 วินาทีตอนหัวน้ำขึ้น ครั้งหน้าไปตอนน้ำขึ้นเต็มก็ควรนับได้มากกว่านั้น ถ้าวัดไม่ได้เลย จดแค่ว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน เช่น ก่อนขอบร่อง บนขอบร่อง หรือในร่อง ก็ใช้เทียบกันได้แล้ว
ตารางบันทึก
| วันที่ | เวลา | ช่วงน้ำ | เวลาน้ำกลับทิศจริง | จุดวางเหยื่อ (วินาทีจมหรือเมตร) | สีน้ำ | แสงจันทร์ | กุ้งแตะเหยื่อครั้งแรกกี่นาที | จำนวนตัว |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ถ้าไปหมายเดิมหลายครั้ง ช่องเวลาน้ำกลับทิศจริงจะบอกค่าเลื่อนเวลาของหมายนั้นได้แม่นขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนช่องจุดวางเหยื่อกับกุ้งแตะเหยื่อครั้งแรก จะบอกว่าช่วงน้ำไหนกุ้งไปอยู่ตรงไหนในหมายของคุณ
อ่านต่อ
- เรื่องแรงน้ำ น้ำเกิดน้ำตาย และที่มาของตารางน้ำ อยู่ใน ระดับน้ำและกระแสน้ำมีผลต่อกุ้งอย่างไร
- วิธีอ่านป้ายและเกณฑ์บนการ์ดตารางน้ำ อยู่ใน วิธีอ่านตารางน้ำขึ้น-น้ำลง AminoX Lab
- ตัวอย่างการใช้ตารางน้ำเลือกคืนจริง พร้อมการอ่านจุดอับน้ำและแพผักตบ อยู่ใน คู่มือมนุษย์แม่น้ำฉบับมือใหม่
- การหาขอบร่องและสันดอนจากภาพดาวเทียมก่อนออกจากบ้าน อยู่ใน หมายตกกุ้งบน Google Earth
- การเลือกเหยื่อตามสภาพน้ำ อยู่ใน เหยื่อตกกุ้งแม่น้ำและการเลือกหมาย
แหล่งข้อมูล
ประสบการณ์คนตก
- รวบรวมจากเว็บบอร์ดตกปลา กลุ่มตกกุ้ง การสอบถาม และการสังเกตนักตกกุ้งแม่น้ำ ข้อความที่ถูกคัดลอกต่อกันหลายเว็บนับเป็นแหล่งเดียว
ชีววิทยาและอุทกศาสตร์
- FAO, Cultured Aquatic Species Information Programme: Macrobrachium rosenbergii ถิ่นที่อยู่และความทนต่อน้ำขุ่น
- BFAR Philippines, Basic Biology of Macrobrachium rosenbergii พฤติกรรมหากินกลางคืนและการหากินตามพื้น
- งานศึกษาการรุกของน้ำเค็มในปากแม่น้ำเจ้าพระยา (Journal of Hydrology: Regional Studies, 2567) ช่วงเวลาที่น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุด
- ข้อมูลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา (World Deltas Database) ระยะที่อิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงขึ้นไปถึงในแต่ละฤดู
