AMINOX LAB
กลับไปหน้ารวมบทความ

ข้อมูลน้ำ

น้ำขึ้นหรือน้ำลง ตกกุ้งดีกว่า: อ่านรอบน้ำ ความลึก และสีน้ำ จากประสบการณ์คนตกกุ้งแม่น้ำ

รวมประสบการณ์นักตกกุ้งแม่น้ำจากเว็บบอร์ดและการสอบถามนักตกกุ้ง มาวิเคราะห์เทียบกับชีววิทยากุ้งก้ามกราม เพื่อตอบว่าน้ำขึ้นหรือน้ำลงตกกุ้งดีกว่า พร้อมเรื่องหัวน้ำ ความลึก สีน้ำ และฤดูกาล

· อ่านประมาณ 13 นาที

ภาพตัดขวางแม่น้ำตอนกลางคืน เส้นประบอกระดับน้ำขึ้นเต็ม ผิวน้ำอยู่ที่ระดับน้ำลงต่ำสุด และกุ้งก้ามกรามรวมตัวที่ขอบร่องน้ำ

ทิศน้ำสำคัญน้อยกว่าแรงน้ำ ช่วงที่คนตกกุ้งแม่น้ำพูดตรงกันว่ากุ้งกินดีที่สุด คือหัวน้ำ ช่วงที่กระแสอ่อนลงจนเกือบหยุดก่อนจะกลับทิศ ซึ่งเกิดได้ทั้งตอนน้ำลงสุดและตอนน้ำขึ้นเต็ม ถ้าต้องเลือกหนึ่งในสอง ตารางน้ำ AminoX เลือกหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุด ด้วยเหตุผลเรื่องพื้นที่น้ำที่หดลงจนกุ้งไปรวมกัน

บทความนี้ไม่ได้มาจากการทดลองของเราเอง แต่รวบรวมประสบการณ์ของนักตกกุ้งแม่น้ำจากเว็บบอร์ดตกปลา การสอบถาม และการสังเกตนักตกกุ้งที่หมาย แล้วนำมาเทียบกับสิ่งที่รู้เรื่องชีววิทยากุ้งก้ามกรามและพฤติกรรมของแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อแยกว่าข้อไหนมีเหตุผลรองรับ ข้อไหนเป็นประสบการณ์เฉพาะหมาย

วิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร

ข้อมูลมาจากสองทาง ทางแรกคือเว็บบอร์ดตกปลาที่คนตกกุ้งหลายรุ่นเขียนไว้ ทั้งกระทู้สอนเทคนิค กระทู้ถามตอบ และรีวิวทริปจริง ทางที่สองคือการสอบถามและสังเกตนักตกกุ้งที่หมาย

หลักที่ใช้คัดกรองมีสามข้อ

  1. นับเฉพาะแหล่งที่เป็นอิสระต่อกัน บทความตกกุ้งหลายเว็บคัดลอกข้อความชุดเดียวกันต่อ ๆ กันมา ข้อความที่ซ้ำกันหลายเว็บจึงนับเป็นหนึ่งเสียง ไม่ใช่หลายเสียง
  2. แยกสิ่งที่เห็นออกจากคำอธิบาย เช่น "น้ำสีเหลืองมีฟอง กุ้งไม่กิน" เป็นสิ่งที่คนตกเห็น ส่วน "เพราะออกซิเจนต่ำ" เป็นคำอธิบายของคนตก สองส่วนนี้น่าเชื่อถือไม่เท่ากัน
  3. เทียบกับหลักฐานอื่น ข้อสังเกตที่สอดคล้องกับชีววิทยากุ้งหรือข้อมูลอุทกศาสตร์ของแม่น้ำ มีน้ำหนักกว่าข้อสังเกตที่ยืนอยู่ลำพัง

สิ่งที่คนตกกุ้งแม่น้ำพูดตรงกัน

ข้อสังเกตจากคนตกความสอดคล้องกับหลักฐานอื่นระดับความมั่นใจ
กุ้งกินดีช่วงหัวน้ำ ทั้งหัวน้ำขึ้นและหัวน้ำลงตรงกับที่กุ้งก้ามกรามเดินหากินตามพื้น ไม่ได้ว่ายสู้กระแสสูง
กลางวันกุ้งหลบในที่ลึกตามตอ หิน และโพรงตรงกับที่กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์หากินกลางคืนและหลบแสงสูง
กลางคืนกุ้งเข้ามาหากินริมตลิ่งในน้ำตื้นขึ้นสอดคล้องกับข้อบน และมีคนตกหลายคนเล่าตรงกันสูง
น้ำไม่ไหลเลย กุ้งไม่ค่อยกินสอดคล้องกับการที่กลิ่นเหยื่อต้องอาศัยกระแสพาไปปานกลาง
น้ำขุ่นกุ้งยังกิน แต่ต้องใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้นกุ้งก้ามกรามพบได้ทั่วไปในน้ำที่ขุ่นมากปานกลาง
นาทีทองจริงสั้นมาก ราว 10 ถึง 30 นาทีมาจากแหล่งเดียว แต่เข้ากับธรรมชาติของหัวน้ำที่กระแสเปลี่ยนเร็วปานกลาง
หน้าร้อนที่น้ำทะเลหนุนสูง กุ้งห่างสอดคล้องกับข้อมูลที่น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุดช่วงหน้าแล้งปานกลาง

ข้อที่ไม่ได้ใส่ในตาราง เพราะยังหาเสียงที่สองมายืนยันไม่ได้ เช่น ตัวเลขความลึกที่ "เหมาะที่สุด" ซึ่งไม่มีใครให้ไว้ในแม่น้ำ มีแต่ตัวอย่างจากอ่างเก็บน้ำหมายเดียว

หัวน้ำขึ้นกับหัวน้ำลง ต่างกันตรงไหน

คนตกกุ้งที่อธิบายเรื่องนี้ละเอียดที่สุดนับ ทั้งสองหัวน้ำเป็นนาทีทอง ไม่ได้บอกว่าฝั่งไหนดีกว่า และบอกไว้ด้วยว่าหัวน้ำจะยาวแค่ไหนขึ้นกับแรงน้ำทะเลหนุนของวันนั้น อีกแหล่งแนะนำให้รอหัวน้ำขึ้น โดยไม่ได้อธิบายเหตุผลต่อ

ตารางน้ำ AminoX ให้คะแนนเฉพาะหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุด แต่ไม่ได้ทิ้งหัวน้ำลง ถ้าหัวน้ำลงไปตรงกับช่วงที่พอตกได้ ระบบจะแสดงเป็นบรรทัด ทางเลือก ให้ เหตุผลที่ให้น้ำหนักกับน้ำลงต่ำสุดมากกว่า มีสองชั้น

ชั้นแรก พื้นที่น้ำหดลง ตอนน้ำต่ำสุด พื้นที่ตื้นริมน้ำ เช่น สันดอนฝั่งโค้งใน ชายเลน และตลิ่งลาด จะตื้นจนกุ้งอยู่ไม่ได้ กุ้งต้องถอยลงไปอยู่ที่ขอบร่องน้ำ พื้นที่ที่กุ้งกระจายอยู่จึงแคบลง โอกาสเดินผ่านเหยื่อสูงขึ้น

ชั้นที่สอง เข้ากับพฤติกรรมกลางคืน คนตกเล่าตรงกันว่ากลางคืนกุ้งเข้ามาหากินริมตลิ่งในน้ำตื้น ถ้าคืนนั้นน้ำขึ้นเต็ม ริมตลิ่งที่น้ำท่วมถึงจะกว้าง กุ้งกระจายตัวไปทั่ว หาเจอยากกว่า แต่ถ้าคืนนั้นน้ำลงต่ำสุด แนว "ริมน้ำ" ใหม่ก็คือขอบร่อง กุ้งที่ออกมาหากินจึงมารวมกันตรงนั้น

หัวน้ำขึ้น (ตรงน้ำลงต่ำสุด)หัวน้ำลง (ตรงน้ำขึ้นเต็ม)
กระแสอ่อนที่สุดของรอบอ่อนที่สุดของรอบ
พื้นที่ที่กุ้งอยู่ได้แคบที่สุด กุ้งรวมที่ขอบร่องกว้างที่สุด กุ้งกระจายถึงริมตลิ่ง
จุดวางเหยื่อขอบร่อง ขอบสันดอน ข้างโครงสร้างที่ยังจมน้ำริมตลิ่ง ข้างเสาเข็ม ตอไม้ที่เพิ่งจมน้ำ
ได้เปรียบชัดในหมายแบบไหนตลิ่งลาด สันดอน ชายเลนใช้ได้พอกันทุกแบบ
ในตารางน้ำ AminoXนับเป็นเกณฑ์ข้อ 3แสดงเป็นทางเลือก

ถ้าหมายเป็นตลิ่งชันหรือเขื่อนคอนกรีต ความกว้างของน้ำแทบไม่เปลี่ยนตามระดับ เหตุผลเรื่องพื้นที่หดจึงแทบไม่มีผล หัวน้ำทั้งสองฝั่งใช้ได้ใกล้เคียงกัน ให้เลือกหัวน้ำที่ตรงกับคืนมืดเป็นหลัก

หนึ่งรอบน้ำ กุ้งอยู่ตรงไหน

ช่วงน้ำกระแสกุ้งมักอยู่ควรทำอะไร
น้ำขึ้นเต็ม เริ่มชะลออ่อนลงเรื่อย ๆกระจายตามริมตลิ่งที่น้ำท่วมถึงตกริมตลิ่งและข้างโครงสร้าง ตะกั่วเบา
น้ำกำลังลงแรงขึ้นจนแรงสุดกลางช่วงหลบหลังตอ หิน และจุดอับน้ำย้ายไปจุดอับน้ำ เพิ่มตะกั่ว หรือพักรอ
น้ำใกล้ลงสุด เริ่มชะลออ่อนลงจนเกือบหยุดถอยมารวมที่ขอบร่องน้ำขยับเหยื่อออกไปที่ขอบร่อง เตรียมให้พร้อม
หัวน้ำขึ้นอ่อนที่สุด แล้วค่อย ๆ กลับทิศออกเดินหากินตามขอบร่องช่วงหลัก ตกให้เต็มที่
น้ำกำลังขึ้นแรงขึ้นอีกครั้งกลับไปหลบ หรือไล่ขึ้นตามน้ำที่ท่วมตลิ่งขยับเข้าหาตลิ่งตามน้ำ หรือไปจุดอับน้ำ

ข้อควรจำคือ ระยะวางเหยื่อต้องขยับตามระดับน้ำ ถ้าวางระยะเดิมทั้งคืน ตอนน้ำลงสุดเหยื่ออาจไปนอนอยู่บนพื้นที่ที่กุ้งเพิ่งถอยออกไปแล้ว

นาทีทองจริงสั้นกว่าช่วงบนการ์ด

ช่วงแนะนำบนการ์ดตารางน้ำกว้างราวสามชั่วโมง เพราะเป็นช่วงที่น้ำอยู่ใกล้จุดต่ำสุดตามค่าทำนาย แต่คนตกกุ้งที่ตกประจำเล่าว่า ช่วงที่กุ้งกินถี่จริง ๆ อาจสั้นแค่ 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง และยาวสั้นต่างกันไปตามแรงน้ำทะเลหนุน

สองเรื่องนี้ไม่ขัดกัน ช่วงบนการ์ดคือกรอบเวลาที่นาทีทองน่าจะเกิด ส่วนนาทีทองจริงเกิดตอนไหนในกรอบนั้น ขึ้นกับหมายของคุณอยู่ห่างสถานีแค่ไหนและวันนั้นน้ำเหนือมากน้อยเท่าไร

  • ถึงหมายตั้งแต่ต้นช่วงแนะนำ จัดชุดตกและวางเหยื่อให้เสร็จก่อนกระแสจะอ่อน
  • ใช้กฎห้านาที คนตกกุ้งหลายคนใช้ตรงกันว่า ถ้าเหยื่อถึงพื้นแล้วไม่มีกุ้งแตะภายในราวห้านาที แปลว่าตรงนั้นไม่มีกุ้ง หรือน้ำยังแรงจนกุ้งไม่ออกจากที่หลบ ให้ขยับจุดหรือรอให้กระแสเบาลง
  • ปรับตะกั่วตามกระแส ช่วงหัวน้ำที่กระแสเกือบหยุด คนตกบางคนใช้ตะกั่วเพียงไม่กี่กรัม แล้วเพิ่มน้ำหนักเมื่อน้ำเริ่มเดิน ตะกั่วหนักเกินในน้ำนิ่งจะทำให้อ่านอาการกุ้งยาก

ความลึก: ไม่มีตัวเลขที่เหมาะ มีแต่ความลึกเทียบกัน

ไม่มีคนตกคนไหนให้ตัวเลขความลึกที่เหมาะกับกุ้งแม่น้ำไว้ และตัวเลขจากบ่อเลี้ยงก็ใช้กับแม่น้ำไม่ได้ สิ่งที่คนตกพูดตรงกันคือความลึก เทียบกัน ตามช่วงเวลา

  • กลางวัน กุ้งอยู่ที่ค่อนข้างลึกและมีที่หลบ เช่น ตอไม้ กองหินถมตลิ่งที่ยุบลงไปในน้ำ โคนเสา หรือโพรงตลิ่ง
  • กลางคืน กุ้งออกมาริมตลิ่งในน้ำที่ตื้นกว่า

เหตุผลที่อธิบายได้คือความลึกทำหน้าที่กรองแสง น้ำยิ่งลึกแสงยิ่งลงไปถึงพื้นน้อย กุ้งซึ่งหลบแสงจึงอยู่ลึกตอนกลางวัน แล้วขึ้นมาตื้นได้เมื่อไม่มีแสง

ในแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นน้ำลง ความลึกของจุดเดิมยังเปลี่ยนตลอดวัน จุดที่ลึกพอตอนน้ำขึ้นเต็มอาจตื้นจนกุ้งไม่อยู่ตอนน้ำลงสุด ถ้าจะจดความลึกของหมาย ให้จดคู่กับช่วงน้ำเสมอ

สีน้ำและความขุ่น

คนตกกุ้งที่ตกเจ้าพระยามานานให้ข้อสังเกตเรื่องสีน้ำไว้เป็นลำดับ

สีน้ำที่เห็นคนตกเล่าว่าอ่านอย่างไร
ขาวใสกุ้งกินดีที่สุดสภาพที่เหมาะเป็นพื้นฐาน
ใสมากกุ้งกินห่างสอดคล้องกับการที่กุ้งหลบแสง น้ำใสแสงลงถึงพื้นมาก
ขุ่นยังกิน แต่ต้องใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้นกุ้งหาอาหารด้วยการรับกลิ่นเป็นหลัก ความขุ่นจึงไม่ได้ทำให้หาเหยื่อไม่เจอ
เหลืองและมีฟองลอยมากับน้ำกุ้งไม่กิน มักเจอหน้าแล้งที่น้ำทะเลหนุนสูงเป็นสัญญาณว่าน้ำเปลี่ยนสภาพ ควรย้ายหมายหรือเลื่อนทริป
แดงขุ่นหน้าน้ำหลากตกยากปัญหาหลักคือกระแสเชี่ยวจากน้ำเหนือ ไม่ใช่ความขุ่น

ข้อมูลด้านชีววิทยาก็ยืนยันว่ากุ้งก้ามกรามพบได้ทั่วไปในน้ำที่ขุ่นมาก ความขุ่นเฉย ๆ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ไป สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ ขุ่นเพราะตะกอนปกติ กับ ขุ่นเพราะน้ำหลาก อย่างหลังมากับกระแสแรงที่ทำให้ตารางน้ำใช้ไม่ได้

เรื่องน้ำสีเหลืองมีฟอง คนตกอธิบายว่าเป็นเพราะออกซิเจนในน้ำต่ำ คำอธิบายนี้เป็นไปได้ แต่ฟองในแม่น้ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งที่เชื่อได้มากกว่าคือข้อสังเกตว่ากุ้งไม่กินในน้ำแบบนี้ ส่วนสาเหตุยังต้องการข้อมูลตรวจวัดเพิ่ม

ความขุ่นกับแสงจันทร์ น้ำขุ่นลดแสงที่ลงถึงพื้นได้เหมือนความลึก เราจึงคาดว่าในคืนจันทร์สว่าง หมายที่น้ำขุ่นและลึกน่าจะยังพอตกได้ดีกว่าหมายน้ำใสตื้น ข้อนี้เป็นการคาดจากหลักเรื่องแสง ยังไม่มีคนตกเล่าไว้ตรง ๆ

ฤดูกาลเปลี่ยนทั้งกุ้งและน้ำ

คนตกกุ้งแถวปทุมธานีเล่ารูปแบบทั้งปีไว้ว่า กุ้งเริ่มมีตัวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตกได้เรื่อยไปจนหน้าร้อนที่น้ำทะเลหนุนแล้วกุ้งเริ่มห่าง กลับมากินดีอีกทีต้นฝน จนถึงหน้าน้ำหลากที่น้ำมากจนตกไม่ได้

รูปแบบนี้เข้ากับข้อมูลของแม่น้ำเจ้าพระยาสองเรื่อง

  • ระยะที่น้ำขึ้นน้ำลงไปถึงเปลี่ยนตามฤดู ช่วงน้ำน้อย อิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงขึ้นไปได้ถึงแถวอ่างทอง แต่ช่วงน้ำมากถอยลงมาเหลือราว 75 กิโลเมตรจากปากแม่น้ำ หมายเดียวกันจึงอาจมีน้ำขึ้นลงชัดในหน้าแล้ง แต่แทบไม่มีในหน้าน้ำหลาก
  • น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุดช่วงหน้าแล้ง ซึ่งตรงกับช่วงที่คนตกเล่าว่ากุ้งห่างในหมายตอนล่าง

ผลต่อการใช้ตารางน้ำคือ หน้าแล้งตารางน้ำใช้ได้ดีและไปได้ไกลขึ้นไปทางต้นน้ำ ส่วนหน้าน้ำหลาก หลักเรื่องหัวน้ำใช้แทบไม่ได้ ให้ดูกระแสจริงที่หมายเป็นหลัก

ดูที่หมายว่าน้ำกำลังขึ้นหรือลง

ตารางน้ำเป็นค่าทำนายของสถานี ถึงหมายแล้วควรยืนยันด้วยตาเสมอ วิธีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มีดังนี้

  • ปักไม้หรือวางหินไว้ที่ขอบน้ำ แล้วกลับมาดูใน 15 ถึง 20 นาที ถ้าน้ำท่วมเครื่องหมาย น้ำกำลังขึ้น ถ้าเครื่องหมายโผล่ห่างจากน้ำ น้ำกำลังลง ถ้าแทบไม่ขยับ คือช่วงหัวน้ำ
  • ดูคราบเปียกบนเสา ตอม่อ หรือเขื่อน ถ้าเห็นแถบเปียกเหนือผิวน้ำ แปลว่าน้ำเพิ่งลดลงมา
  • ดูเศษใบไม้และผักตบที่ลอย ว่าไหลไปทางต้นน้ำหรือปลายน้ำ และไหลเร็วแค่ไหน
  • ดูมุมสายเอ็น ถ้าสายที่ตึงเริ่มหย่อนและตะกั่วค้างอยู่กับที่ได้ กระแสใกล้พื้นกำลังอ่อนลง

ช่วงหัวน้ำ ผิวน้ำกับน้ำใกล้พื้นอาจไหลไม่ตรงกัน ในแม่น้ำช่วงที่น้ำจืดกับน้ำเค็มผสมกันไม่หมด กระแสใกล้พื้นอาจกลับทิศก่อนหรือหลังผิวน้ำได้ กุ้งอยู่ที่พื้น จึงให้เชื่อตะกั่วและสายเอ็นมากกว่าเศษใบไม้ที่ลอยบนผิว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

"น้ำขึ้นกุ้งเข้าฝั่ง น้ำลงกุ้งออกกลาง" ถูกเพียงครึ่งเดียว กุ้งขยับตามแนวน้ำจริง แต่สิ่งที่กำหนดว่ามันจะออกเดินหรือไม่คือกระแสกับแสง ไม่ใช่ทิศน้ำ ช่วงน้ำกำลังขึ้นแรง ๆ กุ้งก็หลบอยู่ดี

"ต้องรอน้ำนิ่งสนิทถึงจะดี" หัวน้ำคือช่วงที่กระแสอ่อนแล้วค่อย ๆ กลับทิศ ไม่ใช่น้ำนิ่งตายนานหลายชั่วโมง คนตกหลายคนเล่าตรงกันว่าถ้าน้ำไม่ไหลเลย กุ้งไม่ค่อยกิน เพราะกลิ่นเหยื่อไม่กระจาย

"น้ำขุ่นตกกุ้งไม่ได้" กุ้งก้ามกรามอยู่ในน้ำขุ่นเป็นปกติ ปรับไปใช้เหยื่อกลิ่นแรงขึ้นก็พอ ที่ต้องระวังคือขุ่นเพราะน้ำหลาก

"ช่วงแนะนำสามชั่วโมง กุ้งจะกินทั้งสามชั่วโมง" นาทีทองจริงอาจสั้นกว่านั้นมาก ช่วงบนการ์ดคือกรอบเวลาที่ต้องอยู่ที่หมายให้ทัน

ข้อจำกัดของบทความนี้

ทุกข้อในบทความนี้เป็นหลักคิดที่ประกอบจากประสบการณ์ของคนตกกับหลักฐานด้านชีววิทยาและอุทกศาสตร์ ไม่ใช่ผลทดลองที่วัดว่ากุ้งกินฝั่งไหนมากกว่ากัน ประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่รวบรวมมาเป็นของแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนนทบุรีถึงปทุมธานี แม่น้ำสายอื่นหรือช่วงอื่นของลำน้ำอาจต่างออกไป

หมายที่อยู่เหนือช่วงที่น้ำทะเลขึ้นถึง หมายอ่างเก็บน้ำ และช่วงน้ำหลาก ใช้หลักเรื่องหัวน้ำไม่ได้ ส่วนเรื่องความมืด ความลึก และสีน้ำยังใช้ได้

จดหมายของคุณเอง

วิธีที่จะรู้ว่าหมายของคุณเข้ากับหลักข้างบนแค่ไหน คือจดทุกครั้งที่ไป แล้วเทียบกันหลายทริป ช่องที่จดยากที่สุดคือช่วงน้ำกับความลึก เพราะวัดตรง ๆ ไม่ได้ แต่ทำได้ด้วยของที่มีอยู่ในกล่องตกกุ้ง

จดช่วงน้ำที่เห็นจริง

ใช้ไม้ปักขอบน้ำเป็นมาตรวัด ถึงหมายแล้วปักไม้หรือกิ่งไม้ไว้ตรงขอบน้ำพอดี แล้วกลับมาดูทุก 15 ถึง 20 นาที ถ้าน้ำท่วมโคนไม้ขึ้นมา น้ำกำลังขึ้น ถ้าไม้โผล่ห่างน้ำออกไป น้ำกำลังลง ถ้าเทียบสองรอบแล้วแทบไม่ขยับ คือช่วงหัวน้ำ ถ่ายรูปไม้ทุกครั้งที่ดู รูปในมือถือมีเวลากำกับอยู่แล้ว ถ้าตกจากท่าน้ำหรือเขื่อนที่ปักไม้ไม่ได้ ให้จำผิวน้ำเทียบกับรอยบนเสาหรือขอบขั้นบันไดแทน

ใช้ตะกั่วบอกกระแสที่พื้น ไม้ปักบอกได้ว่าระดับน้ำขึ้นหรือลง แต่กุ้งสนใจกระแสใกล้พื้น ซึ่งดูได้จากตะกั่วและสาย

สิ่งที่เห็นแปลว่า
ตะกั่วครูดไปตามพื้น หรือสายตึงเฉียงไปทางเดียวกระแสยังแรง
ตะกั่วค้างอยู่กับที่ และสายเริ่มหย่อนกระแสอ่อน กำลังเข้าหัวน้ำ
สายเปลี่ยนไปเฉียงอีกทางน้ำกลับทิศแล้ว

ในตาราง ไม่ต้องจดทุกครั้งที่ดู ให้จดเป็นคำเดียวตามช่วงในหัวข้อหนึ่งรอบน้ำ คือ น้ำลงแรง ใกล้ลงสุด หัวน้ำขึ้น น้ำขึ้นแรง ใกล้ขึ้นเต็ม หรือหัวน้ำลง แล้ว จดเวลาที่น้ำกลับทิศจริงแยกไว้หนึ่งค่า ค่านี้มีประโยชน์ที่สุด เพราะเอาไปเทียบกับเวลาในตารางน้ำได้ทันทีว่าหมายของคุณช้ากว่าสถานีกี่นาที แล้วตั้งเป็นค่าเลื่อนเวลาในหน้าตารางน้ำได้

จดความลึก

ตกแนวดิ่งจากท่าน้ำหรือเรือ วัดเป็นเมตรได้ ใช้ปากกามาร์กเกอร์ทำจุดบนสายเอ็นทุก 50 เซนติเมตรหรือ 1 เมตร นับจากตัวเบ็ด หย่อนจนตะกั่วถึงพื้นและสายหย่อน แล้วนับจุดที่ผิวน้ำ อีกวิธีคือวัดไว้ก่อนว่าหมุนรอกหนึ่งรอบเก็บสายได้กี่เซนติเมตร แล้วนับรอบตอนเก็บสายขึ้นมา

ตีเหยื่อจากตลิ่ง ใช้วิธีนับวินาที ตะกั่วน้ำหนักเท่ากันจมด้วยความเร็วใกล้เคียงกันทุกครั้ง พอตะกั่วแตะน้ำให้เริ่มนับจนสายหย่อน ตัวเลขที่ได้ไม่ใช่เมตร แต่ใช้เทียบกันได้ เช่น ตรงนี้นับได้ 3 ตรงโน้นนับได้ 6 ตรงโน้นก็ลึกกว่าประมาณสองเท่า ตีไล่ระยะออกไปทีละช่วง ตรงไหนตัวเลขกระโดดขึ้นทันที ตรงนั้นคือขอบร่อง

ถ้าอยากแปลงวินาทีเป็นเมตร ให้หย่อนตะกั่วลูกเดิมแนวดิ่งข้างเสาท่าน้ำที่วัดความลึกด้วยสายมาร์กได้ นับวินาทีเทียบไว้หนึ่งครั้ง ก็รู้ว่าตะกั่วลูกนั้นจมวินาทีละกี่เซนติเมตร ต้องใช้ตะกั่วน้ำหนักเดิมทุกครั้ง และค่าจะคลาดตอนกระแสแรงเพราะสายโดนน้ำดึง

จดความลึกคู่กับช่วงน้ำเสมอ จุดเดียวกันลึกไม่เท่ากันตลอดคืน ถ้าจดว่า 3 วินาทีตอนหัวน้ำขึ้น ครั้งหน้าไปตอนน้ำขึ้นเต็มก็ควรนับได้มากกว่านั้น ถ้าวัดไม่ได้เลย จดแค่ว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน เช่น ก่อนขอบร่อง บนขอบร่อง หรือในร่อง ก็ใช้เทียบกันได้แล้ว

ตารางบันทึก

วันที่เวลาช่วงน้ำเวลาน้ำกลับทิศจริงจุดวางเหยื่อ (วินาทีจมหรือเมตร)สีน้ำแสงจันทร์กุ้งแตะเหยื่อครั้งแรกกี่นาทีจำนวนตัว

ถ้าไปหมายเดิมหลายครั้ง ช่องเวลาน้ำกลับทิศจริงจะบอกค่าเลื่อนเวลาของหมายนั้นได้แม่นขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนช่องจุดวางเหยื่อกับกุ้งแตะเหยื่อครั้งแรก จะบอกว่าช่วงน้ำไหนกุ้งไปอยู่ตรงไหนในหมายของคุณ

อ่านต่อ

แหล่งข้อมูล

ประสบการณ์คนตก

  • รวบรวมจากเว็บบอร์ดตกปลา กลุ่มตกกุ้ง การสอบถาม และการสังเกตนักตกกุ้งแม่น้ำ ข้อความที่ถูกคัดลอกต่อกันหลายเว็บนับเป็นแหล่งเดียว

ชีววิทยาและอุทกศาสตร์

  • FAO, Cultured Aquatic Species Information Programme: Macrobrachium rosenbergii ถิ่นที่อยู่และความทนต่อน้ำขุ่น
  • BFAR Philippines, Basic Biology of Macrobrachium rosenbergii พฤติกรรมหากินกลางคืนและการหากินตามพื้น
  • งานศึกษาการรุกของน้ำเค็มในปากแม่น้ำเจ้าพระยา (Journal of Hydrology: Regional Studies, 2567) ช่วงเวลาที่น้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำมากที่สุด
  • ข้อมูลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา (World Deltas Database) ระยะที่อิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงขึ้นไปถึงในแต่ละฤดู
น้ำขึ้นน้ำลงหัวน้ำตกกุ้งแม่น้ำกุ้งก้ามกรามสีน้ำ

AminoX Lab — ศึกษา ทดลอง และทำความเข้าใจการตกกุ้งจากข้อมูลจริง