ถ้าถามนักตกกุ้งที่ตกมานานว่าอะไรมีผลกับผลการตกมากที่สุด คำตอบที่ได้บ่อยกว่าเรื่องเหยื่อคือเรื่องน้ำ
เหตุผลไม่ใช่เรื่องความเชื่อ แต่มาจากลักษณะการใช้ชีวิตของกุ้งก้ามกรามโดยตรง มันเป็นสัตว์หน้าดิน เดินหากินอยู่บนพื้นท้องน้ำ ไม่ได้ว่ายอยู่กลางมวลน้ำแบบปลา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกระแสน้ำจึงกระทบมันมากกว่าที่กระทบปลา
บทความนี้อธิบายว่าระดับน้ำและกระแสน้ำเปลี่ยนพฤติกรรมกุ้งอย่างไร แล้วต่อด้วยว่าตารางน้ำในหน้า tides ของ AminoX Lab คำนวณขึ้นมาจากอะไร และเชื่อได้แค่ไหน
กระแสน้ำเปลี่ยนสองอย่างพร้อมกัน
เวลาน้ำเดินแรงขึ้น มีสองเรื่องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และทั้งคู่ไม่เป็นผลดีกับการตกกุ้ง
เรื่องแรกคือตัวกุ้ง กุ้งที่เดินอยู่บนพื้นต้องออกแรงต้านกระแสตลอดเวลา เมื่อน้ำแรงเกินไปมันเลือกหลบเข้าที่กำบัง ซอกหิน ใต้ตอไม้ หรือมุมอับน้ำ แทนที่จะเดินหากินเป็นวงกว้าง พื้นที่หากินหดลง โอกาสที่มันจะเดินผ่านเหยื่อของเราก็ลดลงตาม
เรื่องที่สองคือเหยื่อ เหยื่อที่ควรนอนนิ่งอยู่บนพื้นจะถูกกระแสยกลอย ตะกั่วกลิ้ง สายตึงจนอ่านสัญญาณไม่ออก และสารในหัวเชื้อถูกชะออกไปเร็วกว่าที่กุ้งจะเดินมาถึง
พูดอีกอย่างคือ น้ำแรงทำให้กุ้งอยู่นิ่งกว่าเดิม ในขณะที่เหยื่อของเราอยู่นิ่งน้อยกว่าเดิม สวนทางกันพอดี
แต่น้ำนิ่งสนิทก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป เมื่อไม่มีกระแสเลย กลิ่นเหยื่อจะแผ่ออกเป็นวงแคบ ๆ รอบตัวเหยื่อและอยู่ตรงนั้น กุ้งที่อยู่นอกวงไม่มีทางรู้ว่ามีอะไร
จุดที่ดีจึงอยู่ตรงกลาง คือน้ำที่เดินพอให้พากลิ่นออกไปได้ แต่ไม่แรงจนเหยื่อไม่อยู่กับที่
น้ำเกิดกับน้ำตาย
ความแรงของกระแสในแต่ละวันไม่เท่ากัน และตัวกำหนดหลักคือตำแหน่งของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์
ช่วงที่ดวงจันทร์เรียงแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ คือช่วงข้างขึ้นข้างแรมสิบห้าค่ำและวันเดือนดับ แรงดึงดูดเสริมกัน ทำให้ระดับน้ำขึ้นสูงและลงต่ำกว่าปกติ ช่วงนี้เรียกว่า น้ำเกิด ผลต่างระหว่างน้ำขึ้นกับน้ำลงมาก น้ำจึงต้องเดินแรงเพื่อไหลให้ทันในเวลาเท่าเดิม
ช่วงที่ดวงจันทร์ทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ คือข้างขึ้นข้างแรมแปดค่ำ แรงดึงดูดหักล้างกันบางส่วน ผลต่างระดับน้ำน้อยลง กระแสอ่อนลงตาม ช่วงนี้เรียกว่า น้ำตาย
สำหรับการตกกุ้ง ช่วงน้ำตายมักได้เปรียบกว่า เพราะกระแสอ่อนพอให้เหยื่อนอนอยู่กับพื้นและกุ้งเดินหากินได้เป็นวงกว้าง
นี่คือเหตุผลที่หน้า tides ใช้เกณฑ์สามข้อในการแนะนำวันตกกุ้ง
- มีช่วงคืนมืดยาวตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป มาจากพฤติกรรมหลบแสงของกุ้ง คืนที่จันทร์สว่างทั้งคืนกุ้งจะออกหากินน้อยกว่าคืนที่มืดสนิทเป็นช่วงยาว
- ไม่ใช่ช่วงน้ำเกิด ทั้งน้ำตายและน้ำกลางผ่านข้อนี้ เพราะกระแสไม่แรงจนเหยื่อลอย
- ช่วงน้ำลงต่ำสุดทับกับคืนมืดตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป ให้หัวน้ำที่กระแสอ่อนที่สุดไปตกในเวลาที่กุ้งกล้าออกหากิน
รายละเอียดของแต่ละข้อ และวิธีอ่านว่าวันไหนผ่านข้อไหน อยู่ใน วิธีอ่านตารางน้ำขึ้น-น้ำลง AminoX Lab
ต่างจากเกณฑ์ของปลาซึ่งกลับกันเกือบทั้งหมด ปลาชอบช่วงที่น้ำกำลังเดิน โดยเฉพาะถ้าตรงกับดวงอาทิตย์ขึ้นหรือตก สองเป้าหมายนี้จึงแทบไม่มีวันที่ดีตรงกัน
ช่วงน้ำนิ่ง
ระหว่างน้ำขึ้นสุดกับน้ำลงสุด จะมีช่วงที่กระแสเกือบหยุด เรียกว่าช่วงน้ำนิ่ง หรือที่คนตกกุ้งเรียกว่าหัวน้ำ กินเวลาไม่นานแต่เป็นจังหวะที่สภาพเปลี่ยนชัดที่สุดในรอบวัน
ช่วงนี้เหยื่อนอนนิ่งได้ดีที่สุด อ่านสัญญาณง่ายที่สุด และเป็นจังหวะที่หลายคนรอ
ข้อแลกเปลี่ยนคือกลิ่นกระจายช้าลงด้วย ถ้าใช้เวลาช่วงน้ำนิ่งทั้งหมดไปกับการรอโดยไม่ได้ล่อหมายไว้ก่อน อาจได้แค่ความสงบ
การล่อหมายไว้ล่วงหน้าตอนน้ำยังเดินอยู่ แล้วมาทำงานจริงตอนน้ำนิ่ง เป็นลำดับที่สมเหตุสมผลกว่า
น้ำขึ้นหรือน้ำลง ตกกุ้งดีกว่า
ช่วงน้ำนิ่งเกิดวันละสองแบบ คือหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุด และหัวน้ำลงตรงน้ำขึ้นเต็ม คนตกกุ้งแม่น้ำที่มีประสบการณ์นับทั้งสองช่วงเป็นนาทีทอง เพราะสิ่งที่กุ้งสนใจคือกระแสอ่อน ไม่ใช่ทิศน้ำ
หน้า tides ให้น้ำหนักกับหัวน้ำขึ้นตรงน้ำลงต่ำสุดมากกว่า เพราะตอนนั้นพื้นที่น้ำเหลือน้อยที่สุด กุ้งถอยลงไปรวมกันที่ขอบร่อง ส่วนหัวน้ำลงยังแสดงเป็นช่วงทางเลือก เหตุผลทั้งหมด พร้อมเรื่องความลึก สีน้ำ และวิธีดูที่หมายว่าน้ำกำลังขึ้นหรือลง อยู่ใน น้ำขึ้นหรือน้ำลง ตกกุ้งดีกว่า
แม่น้ำไม่ได้ขึ้นลงพร้อมทะเล
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเอาเวลาน้ำขึ้นน้ำลงของสถานีปากแม่น้ำไปใช้กับหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในแม่น้ำ
คลื่นน้ำขึ้นน้ำลงเดินทางจากปากแม่น้ำขึ้นไปตามลำน้ำ ต้องใช้เวลา ยิ่งไกลจากปากแม่น้ำ เวลาน้ำขึ้นสุดยิ่งช้าออกไป จุดที่อยู่เหนือขึ้นไปหลายสิบกิโลเมตรอาจน้ำขึ้นสุดช้ากว่าปากแม่น้ำเป็นชั่วโมง
และความช้านี้ ไม่ได้คงที่ตลอดสาย ช่วงใกล้ปากแม่น้ำที่ลำน้ำกว้างและลึก คลื่นเดินทางเร็ว ยิ่งขึ้นไปทางต้นน้ำที่ลำน้ำแคบและตื้นลง คลื่นยิ่งเดินช้าลงเรื่อย ๆ อัตราความช้าต่อกิโลเมตรจึงเพิ่มขึ้นตามระยะทาง ไม่ใช่ค่าเดียวคูณไปทั้งสาย
ถ้าใช้ตารางของสถานีปากแม่น้ำตรง ๆ กับหมายที่อยู่ไกลขึ้นไป เวลาที่ได้จะคลาดจากความจริงมากพอที่จะทำให้พลาดช่วงน้ำนิ่งไปทั้งช่วง เรื่องนี้อธิบายละเอียดพร้อมวิธีใช้ฟีเจอร์ปักหมุดไว้ใน ทำไมเวลาน้ำที่หมายไม่ตรงกับตารางน้ำ
ตารางน้ำใน AminoX Lab มาจากไหน
หน้าตารางน้ำขึ้น-น้ำลง ไม่ได้คำนวณการขึ้นลงของน้ำขึ้นมาเอง
ข้อมูลตั้งต้นมาจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คำนวณค่าทำนายน้ำอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ข้อมูลถูกนำเข้าเป็นไฟล์รายเดือนแยกตามสถานี ปัจจุบันทะเบียนสถานีครอบคลุม 31 แห่ง ทั้งปากแม่น้ำ ในแม่น้ำ และชายฝั่ง
ระดับน้ำทั้งหมดอ้างอิงจากระดับน้ำลงต่ำสุด ไม่ใช่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ตัวเลขที่เห็นจึงเป็นความสูงเหนือระดับต่ำสุดของสถานีนั้น
สิ่งที่เว็บทำเพิ่มคือการประมวลผล ข้อมูลต้นทางเป็นค่ารายชั่วโมง ละเอียดถึงทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง ซึ่งไม่พอจะบอกเวลาน้ำขึ้นสุดหรือลงสุดที่แท้จริงได้ เพราะจุดสูงสุดจริงมักตกอยู่ระหว่างชั่วโมง
เว็บจึงต่อข้อมูลทั้งเดือนเป็นเส้นเวลาต่อเนื่องเส้นเดียว แล้วหาจุดสูงสุดและต่ำสุดบนเส้นนั้นด้วยการฟิตเส้นโค้งเข้ากับจุดรอบข้าง เพื่อประมาณเวลาที่ละเอียดกว่ารายชั่วโมง พร้อมกรองจุดที่ขึ้นลงเล็กน้อยจากความหยาบของข้อมูลออก ไม่ให้ถูกนับเป็นน้ำขึ้นน้ำลงปลอม
การประกอบเป็นเส้นเดียวทั้งเดือนแทนการคำนวณทีละวัน แก้ปัญหาข้อมูลขาดตรงรอยต่อระหว่างวันและระหว่างเดือน
ส่วนค่าชดเชยเวลาตามระยะทางในแม่น้ำ เก็บเป็นโปรไฟล์แยกตามช่วงของลำน้ำ เพราะอย่างที่อธิบายไว้ข้างบน อัตราความช้าไม่คงที่ ค่าเหล่านี้ได้จากการเทียบข้อมูลระหว่างสถานีจริงในลำน้ำเดียวกัน ไม่ใช่ค่าที่ตั้งขึ้นเอง
ทำไมยังต้องให้ผู้ใช้ปรับเวลาเอง
ต่อให้ประมวลผลดีแค่ไหน ตารางที่ได้ก็ยังเป็นของสถานีที่ใกล้ที่สุด ไม่ใช่ของจุดที่คุณยืนอยู่จริง
หน้า tides จึงเปิดให้ตั้งค่าชดเชยเวลาได้เอง ค่าที่ตั้งจะเลื่อนทุกอย่างในหน้าพร้อมกันตั้งแต่ชั้นข้อมูล ไม่ใช่แค่เลื่อนตัวเลขที่แสดง ช่วงเวลาแนะนำและป้ายต่าง ๆ จึงขยับตามไปด้วยทั้งหมด
วิธีหาค่าที่ถูกต้องสำหรับหมายประจำของคุณคือไปนั่งดูจริงหนึ่งรอบ จดเวลาที่น้ำเริ่มนิ่ง แล้วเทียบกับที่ตารางบอก ผลต่างนั้นคือค่าชดเชยของหมายคุณ ค่านี้มาจากระยะทางและรูปร่างลำน้ำ จึงใช้ได้ดีวันต่อวัน แต่ปริมาณน้ำเหนือก็เปลี่ยนความหน่วงได้ ควรเช็กใหม่เมื่อเปลี่ยนฤดู โดยเฉพาะช่วงต้นและปลายฤดูน้ำหลาก ขั้นตอนวัดค่าที่หมายและวิธีใส่ค่าในหน้าตารางน้ำ อยู่ใน ทำไมเวลาน้ำที่หมายไม่ตรงกับตารางน้ำ
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
หมายเหตุ: ตัวเลขในหน้า tides เป็นค่าทำนายจากการคำนวณทางดาราศาสตร์ ไม่ใช่การวัดจริง ณ เวลานั้น ค่าจริงคลาดเคลื่อนได้จากปัจจัยที่การคำนวณไม่ครอบคลุม
ปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำจริงต่างจากที่ทำนาย
- ฝนและน้ำเหนือ ในฤดูน้ำหลาก มวลน้ำจากต้นน้ำกดทับการขึ้นลงตามธรรมชาติจนแทบไม่เหลือรูปแบบเดิม
- การระบายน้ำจากเขื่อนและประตูน้ำ เปลี่ยนกระแสในลำน้ำโดยไม่เกี่ยวกับดวงจันทร์เลย
- ลมและความกดอากาศ ลมที่พัดเข้าฝั่งต่อเนื่องดันระดับน้ำให้สูงกว่าที่คำนวณไว้ได้
- สภาพลำน้ำที่เปลี่ยนไป การขุดลอกหรือการทับถมของตะกอนเปลี่ยนความเร็วการเดินทางของคลื่นน้ำ
ในฤดูฝนของแม่น้ำสายที่รับน้ำเหนือมาก ตารางน้ำมีประโยชน์น้อยลงมาก ช่วงนั้นการดูสภาพจริงหน้างานได้ผลกว่า
สรุป
กระแสน้ำสำคัญกับการตกกุ้งเพราะมันกระทบทั้งกุ้งและเหยื่อไปพร้อมกัน น้ำแรงทำให้กุ้งหลบและเหยื่อไม่อยู่ที่ น้ำนิ่งสนิททำให้กลิ่นไปไม่ถึงไหน จังหวะที่ดีคือช่วงกลางระหว่างสองอย่างนั้น
ตารางน้ำช่วยให้เดาจังหวะนั้นได้ล่วงหน้า แต่มันเป็นค่าทำนายของสถานีอ้างอิง ไม่ใช่ค่าวัดของหมายคุณ ค่าที่แม่นจริงเกิดขึ้นเมื่อคุณเอาตารางไปเทียบกับสิ่งที่เห็นหน้างานสักรอบ แล้วจดผลต่างไว้ใช้ครั้งต่อไปครับ
ดูตารางน้ำ
ตารางน้ำขึ้นน้ำลงรายเดือนแยกตามสถานี พร้อมช่วงเวลาแนะนำสำหรับกุ้งและปลา ดูได้ที่ ตารางน้ำขึ้น-น้ำลง
